bunny white collagen 15 เคล็ดลับสู่การมีผิวเนียนใส เรื่องง่ายๆ ที่คุณเองก็ทำได้

bunny white collagen 15 เคล็ดลับสู่การมีผิวเนียนใส เรื่องง่ายๆ ที่คุณเองก็ทำได้! ผิวเนียนใส Pantip ผิวเนียนใส Pantip เชื่อว่าสาวๆ หลายคนล้วนอยากมีใบหน้าเนียนใสจนใครๆ ก็ต้องทัก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี? วันนี้ เราจึงนำ 15 เคล็ดลับที่จะช่วยเนรมิตผิวของคุณให้เนียนใสมาฝากกัน รับรองว่าหากได้ทำแล้ว คุณจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน แถมยังเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอีกด้วย ว่าแต่จะมีวิธีใดบ้างนั้น มาดูกันเลย — ผิวเนียนใส Pantip  1. ทาครีมกันแดดทุกวัน ผิวหน้าเนียนใส Pantip ผิวหน้าเนียนใส Pantip เพราะครีมกันแดดเป็นตัวปกป้องผิวของคุณจากรังสี UV ต่างๆ แต่นอกจากจะทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านแล้วก็จะต้องเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวของคุณด้วยเหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบำรุงและปกป้องผิวมากที่สุดนั่นเอง และที่สำคัญอย่าลืมใช้ครีมกันแดดที่มีทั้ง SPF และ PA เพื่อที่จะได้ป้องกัน UVA และ UVB ได้ในเวลาเดียวกัน โดยค่า SPF ควรอยู่ที่ 15-30 เท่านั้น ผิวเนียนใส bunny white collagen.

bunny white collagen

bunny white collagen 2. ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี บันนี่ไวท์ คอลลาเจน

ผิวเนียนใส การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธีนั้น จะต้องล้างหน้าให้สะอาดด้วยสบู่หรือโฟมล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนต่อผิว และควรล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้ง เพราะอาจทำให้ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้นได้ ที่สำคัญหากวันนั้นมีการแต่งหน้า ควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยโทนเนอร์หรือผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางออกก่อนเสมอ เพื่อให้ใบหน้าสะอาดอย่างหมดจด แล้วจึงตามด้วยการล้างหน้าปกติอีกครั้ง

ผิวหน้าใส Pantip

3. จัดการกับความมันบนใบหน้าอยู่เสมอ

ผิวหน้าใส Pantip อย่าปล่อยให้หน้ามันเยิ้ม เพราะความมันที่สะสมอยู่บนใบหน้าของคุณนั้นจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นจึงควรทำความสะอาดใบหน้าระหว่างวันบ่อยๆ ด้วยการล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ เป็นประจำ แต่เนื่องจากการล้างหน้ามากเกินไปจะทำให้ผิวแห้งได้ เราจึงขอเสนออีกวิธีหนึ่ง ซึ่งก็คือวิธีการใช้กระดาษซับหน้ามันในการจัดการกับปัญหาหน้ามันนั่นเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยขจัดความมันได้อย่างหมดจดแล้ว ยังไม่ทำให้ผิวแห้งเสียอีกด้วย bunny white collagen

ผิวหน้าเนียนใส

4. หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยสบู่

ผิวหน้าเนียนใส สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สบู่ล้างหน้า อย่างที่เรารู้กันดีว่าสบู่นั้นจะมีความเป็นด่างเยอะมากพอสมควร และมีสารลดแรงตึงผิว ซึ่งจะทำให้ผิวของคุณแห้งง่ายกว่าปกติ แถมยังมีอาการคันตามมา และทำให้ใบหน้าขาดความชุ่มชื้น ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่ายอยู่แล้วยิ่งจะเกิดอาการระคายเคืองง่ายกว่าคนทั่วไป ฉะนั้นให้คุณเลือกใช้เจลล้างหน้า หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ปราศจากสบู่ น้ำหอม เพื่อหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองดีกว่า แล้วคุณจะมีใบหน้าที่เนียนใสพร้อมทั้งมีสุขภาพผิวที่ดีแน่นอน

ผิวหน้าใส

5. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม

ผิวหน้าใส เพราะใบหน้าเป็นส่วนที่เกิดการแพ้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการแพ้น้ำหอม ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมบริเวณใบหน้า เพราะเมื่อเกิดการแพ้ นอกจากจะทำให้เกิดอาการคันและมีตุ่มขึ้นเป็นผื่นแล้ว ยังทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำลงและดูไม่เรียบเนียนอีกด้วย รู้แบบนี้แล้วลองสำรวจตัวเองดูสิ ว่ามีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือเปล่า ถ้ามีก็จับโยนทิ้งไปได้เลย

ผิวใส Pantip

6. อย่าให้เส้นผมสัมผัสกับใบหน้าบ่อยๆ

ผิวใส Pantip เพราะเส้นผมของเรามักจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอยู่เสมอ แม้ว่าจะหมั่นสระผมอยู่บ่อยๆ ก็ตาม นั่นเพราะว่าในระหว่างวันเราจะต้องเผชิญกับมลพิษ ฝุ่นควันและเศษผงต่างๆ เป็นจำนวนมาก และเส้นผมก็เป็นจุดที่มักจะเก็บสะสมสิ่งสกปรกเหล่านี้ติดมาด้วยเสมอ ซึ่งเมื่อมาสัมผัสกับใบหน้าก็จะทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคืองและมีปัญหาสิวตามมาได้ ดังนั้นจึงควรรวบมัดผมให้ดีอยู่เสมอและพยายามอย่าให้เส้นผมสัมผัสกับใบหน้า แค่นี้ก็ช่วยปกป้องผิวหน้าของคุณจากปัญหาผิวต่างๆ และทำให้ผิวหน้ามีความเรียบเนียนได้ในระดับหนึ่งแล้วล่ะ

หน้าใส

7. อย่ากดสิว

หน้าใส ถ้าอยากจะมีหน้าเนียนใสเหมือนหน้าเด็กแล้วล่ะก็ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยว่าอย่ากดสิวเป็นอันขาด เพราะการกดสิวนั้นจะทิ้งรอยแดงเอาไว้บนใบหน้าของคุณไปตลอดกาล และถ้าหากว่าคุณไม่สามารถรักษารอยแดงให้หายไปได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว รอยดำก็จะตามมาพร้อมๆ กัน ซึ่งรอยดำของการกดสิวนี่แหละเป็นรอยที่รักษาได้ยากมาก แถมยังเห็นได้ชัดและทำให้ใบหน้าของคุณหมดสวยได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่อยากหมดสวย ก็อย่ากดสิวนะจ๊ะ

ผิวเนียน

8. รักษาสิวเสี้ยนด้วยการสครับ

advertising

ผิวเนียน แทบจะทุกคนบนโลกนี้ที่คิดว่าการลอกสิวเสี้ยนด้วยวิธีการแปลกๆ นั้นเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพราะสามารถทำให้สิวเสี้ยนของคุณลอกออกไปได้ทันที แบบไม่ต้องใช้เวลาอะไรมากมาย แถมยังช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย แต่อย่าลืมว่าสิวเสี้ยนมันไม่ได้หายไปแล้วหายไปเลย แต่มันจะกลับมาอีก เพราะมันเกิดจากการที่ผิวของคุณเก็บสิ่งอุดตันเหล่านั้นเอาไว้ในรูขุมขน และพร้อมที่จะก่อให้เกิดสิวขึ้นใหม่ได้เสมอ ซึ่งคุณควรจะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุมากกว่าปลายเหตุ ด้วยการสครับทำความสะอาดผิวหน้าเป็นประจำ เพื่อขจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขนให้หมดไปนั่นเอง

ผิวใส

9. หลีกเลี่ยงการสครับผิวหน้าบ่อยเกินไป

ผิวใส การสครับผิวหน้านั้นเป็นเรื่องที่ดีอยู่หรอก แต่ถ้าหากว่าคุณทำบ่อยจนเกินไป หรือว่าไม่รักษาความสมดุลของผิวหน้าเอาไว้ คุณก็มีสิทธิ์ที่จะได้สิวเป็นรางวัลตอบแทนจากการสครับผิวบ่อยเกินไปก็ได้ โดยจำนวนการสครับใบหน้านั้นควรจะทำ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ เพียงแค่นี้คุณก็จะมีหน้าเนียนใส ไร้ความหมองคล้ำแล้วล่ะ นอกจากนี้ควรเลือกสูตรสครับจากธรรมชาติเท่านั้น เพราะมีความอ่อนโยนต่อผิวและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการบำรุงสูงอีกด้วย

รีวิวผิวเนียนใส Pantip

10. บำรุงผิวหน้าด้วยครีมบำรุงผิวอยู่เสมอ

รีวิวผิวเนียนใส Pantip สำหรับคนที่มักจะทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฟองเยอะนั้นจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ รวมถึงคนที่มีใบหน้าแห้งกร้านด้วยเช่นกัน เพราะการที่ผิวหน้าแห้งนั้นจะทำให้เกิดสิวง่ายหรือบางคนอาจจะรู้สึกรำคาญ หรือระคายเคืองตลอดเวลา ฉะนั้นให้ใช้โลชั่น หรือครีมที่เป็น Moisturizer ทาที่ใบหน้าของคุณบ้างเพื่อให้หน้าเนียนใสของคุณนั้นมีความชุ่มชื้น และเนียนนุ่มมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการปรับสภาพผิวจากการถูกทำร้ายจากมลพิษตลอดวันอีกด้วย

รีวิวผิวเนียนใส

11. ทำความสะอาดใบหน้าให้เกลี้ยงเกลาหลังแต่งหน้า

รีวิวผิวเนียนใส การจะมีหน้าเนียนใสนั้นจะต้องเริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะถ้าหากว่าคุณล้างหน้าไม่สะอาดยิ่งจะทำให้ใบหน้าของคุณดูหมองคล้ำได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ ฉะนั้นถ้าหากว่าคุณแต่งหน้าเป็นประจำก็ควรจะเลือกเช็ดเอาเครื่องสำอางที่อยู่บนใบหน้าของคุณอยู่ทั้งวันออกไปให้หมดซะก่อน แล้วหลังจากนั้นก็ให้ตามด้วยการทำความสะอาดใบหน้าด้วยการล้างหน้าที่ถูกต้องด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำร้ายผิวหน้า แค่นี้ก็จะทำให้ผิวดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น และไม่มีสิวมากวนใจแล้วล่ะ

รีวิวผิวเนียนขาว

12. ไม่ควรเอามือสัมผัสใบหน้า

รีวิวผิวเนียนขาว เช่นเดียวกับการไม่ให้เส้นผมมาเกะกะอยู่บนใบหน้าของคุณนั่นแหละ เพราะว่าคุณไม่รู้หรอกว่ามือของคุณจะสะอาดมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากในวันหนึ่งๆ นั้น มือของเราจะต้องสัมผัสกับอะไรมากมาย และไม่อาจรู้เลยว่าสิ่งที่สัมผัสไปนั้นมีเชื้อโรคอยู่มากน้อยแค่ไหน นี่จึงเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่คุณไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง bunny white collagen ถ้ารู้ตัวแล้วล่ะก็ให้เลิกทำไปเลย เพราะไม่อย่างนั้นคุณอาจจะหมดสิทธิ์ที่จะมีใบหน้าเนียนใสก็ได้นะ

อยากผิวเนียนใส

13. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

อยากผิวเนียนใส ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะถ้านอนน้อยเกินไปก็จะทำให้หน้าของคุณดูไม่สดชื่น ดูไม่มีชีวิตชีวา หรืออาจมีอาการหน้ามันง่ายกว่าตอนที่นอนเต็มอิ่ม ดังนั้นหากว่าคุณอยากมีใบหน้าเนียนใส ไม่บวมน้ำ และน่าสัมผัสแล้วล่ะก็ควรนอนให้พอต่อความต้องการของตนเองไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน และควรเลือกเวลาพักผ่อนเป็นช่วงกลางคืนมากกว่า เพราะร่างกายจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และไม่รู้สึกงัวเงียหรือตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการเหนื่อยล้าเหมือนนอนกลางวันแน่นอน

วิธีทำให้ผิวเนียนใส

14. ดื่มน้ำเปล่าให้เยอะๆ

วิธีทำให้ผิวเนียนใส ไม่ต้องสนใจว่าใครจะบอกว่าคุณเป็นคนที่ดื่มน้ำเยอะ ถือขวดน้ำทีเหมือนผีบ้าหอบขวดน้ำ เพราะคนที่ดื่มน้ำเยอะๆ มักจะชอบพกขวดน้ำขวดใหญ่ๆ ติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา เนื่องจากการดื่มน้ำตามร้านอาหารหรือแค่ 8 แก้วต่อวันอาจจะไม่เพียงพอ ฉะนั้น แนะนำให้ดื่มประมาณวันละ 2 ลิตรหรือ 10 แก้วต่อวัน แม้ว่ามันจะทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำหลายรอบก็ไม่เห็นจะต้องกังวล เพราะนั่นคือสัญญาณที่ดีของร่างกายของคุณแล้วว่าร่างกายของคุณได้ขับของเสียออกมาในรูปแบบของปัสสาวะเรียบร้อยแล้ว และใบหน้าของคุณก็จะสดชื่น และทำให้มีใบหน้าเนียนใสอีกด้วย

การทำให้ผิวเนียนใส

15. หัวเราะบ่อยๆ

การทำให้ผิวเนียนใส การหัวเราะบ่อยๆ จะทำให้โลกดูสดใสมากขึ้น แต่ไม่ใช่แค่โลกสดใสเท่านั้น ใบหน้าของคุณก็จะได้เนียนใสด้วยยังไงล่ะ เพราะการหัวเราะจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา และไปกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมและฟื้นฟูสภาพผิวที่สึกหรอได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการหัวเราะยังช่วยลดความเครียดได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งก็ส่งผลให้ใบหน้าดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้นเช่นกัน เพราะฉะนั้นใครที่มักจะอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา ลองเปลี่ยนมามองโลกในแง่ดีแล้วยิ้มบ่อยๆ ดูสิ เชื่อว่าคุณจะได้ทั้งการมีสุขภาพผิวที่ดีและสุขภาพกายที่ดีเลยทีเดียว bunny white collagen.

me love plus & gold collagen คอลลาเจน (Collagen) เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประโยชน์และความหมาย

me love plus & gold collagen คอลลาเจน (Collagen) เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประโยชน์และความหมาย คอลาเจนคืออะไร และทำไมผู้หญิงยุคปัจจุบันจึงนำคอลลาเจนมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเพื่อใช้ในการเสริมความสวยงามของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการทาน การใช้เครื่องสำอางค์ที่มีสวนผสมของคอลลาเจน และอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้เรามีคำตอบให้กับสาวๆ ที่ยังไม่เข้าใจถึงประโยชน์ และความหมาย ซึ่งจะนำพาให้สาวๆ ตัดสินใจถูกว่าควรจะเลือกใช้แบบไหนกันดี และผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร คอลลาเจน คือ โปรตีนธรรมชาติที่พบมากในผิวหนังและกระดูกของสิ่งมีชีวิต ลักษณะเป็นโครงสร้างตาข่ายหนาแน่นขนาดเล็กมาก เป็นโครงสร้างหลักของผิวหนังและกระดูก โครงสร้างเหล่านี้ จะค่อยๆ เสื่อมสลายเองตามอายุที่มากขึ้น เช่น รอยเหี่ยวย่นบนผิวหนัง ข้อต่อและกระดูกเสื่อม โดยทั่วไปคอลลาเจนจะไม่สามารถรับประทานได้โดยตรง เพราะมีความหนาแน่นสูงมาก ร่างกายดูดซึมได้ยาก จึงจำเป็นต้องผ่านกระบวนการแปรรูปให้มีขนาดเล็กเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากคอลลาเจนโดยทั่วไปมี 2 ชนิด ชนิดแรกคือ เจลาติน (สารให้ความหนึดชนิดหนึ่ง) และชนิดที่สองคือ คอลลาเจนพร้อมรับประทาน (Hydrolyzed collagen) เช่น มีเลิฟ และอีกหลากหลายยี่ห้อ me love plus & gold collagen.

me love plus & gold collagen

me love plus & gold collagen เมื่อคอลลาเจนในร่างกายไม่เพียงพอจะมีผลกระทบอย่างไร มีเลิฟพลัส&โกลด์

ในร่างกายคนเราประกอบด้วย คอลลาเจนมากถึงประมาณ 30-40% เมื่อคอลลาเจนในร่างกายน้อยลงจึงมีผลกระทบอย่างมากต่อร่างกาย เฃ่น ผิวหนัง จะแห้งกร้าน หยาบกระด้างเหี่ยวย่น และมีตกกระ, สุขภาพ กระดูกข้อต่อเสื่อม อาจทำให้มีอาการเจ็บเข่า ปวดหลัง ปวดเอว ระบบไหลเวียนโลหิตเสื่อม และอาจจะทำให้ระบบอื่นๆ เสื่อม การเผาผลาญไขมันน้อยลง ดูแก่ เช่น ผมขาว เล็บเปราะง่าย สุขภาพโดยรวมไม่ดี

ในคนเราเมื่อมีอายุ 25 ปีขึ้นไป คอลลาเจน (collagen) จะเริ่มเสื่อมสภาพลง เพราะอัตราการสังเคราะห์คอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังในชั้นหนังแท้จะลดลงถึง 1.5% ต่อปี และจะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่เราสามารถทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปได้โดยการนำสารสกัดโปรตีนคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การฉีดเข้าใต้ผิวหนังชั้นหนังแท้ และ การรับประทานในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น มีเลิฟ ซึ่งหากจะเปรียบเทียบระหว่างการฉีดและการทานแล้ว จะพบว่าวิธีการทานนั้นง่ายและสะดวกมากกว่าการฉีด ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากแถมยังมีค่าใช้จ่ายสูง และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ me love plus & gold collagen

คอลลาเจนสำคัญกับผิวพรรณอย่างไร

คอลลาเจน (collagen) ถูกนำมาใช้ในการแพทย์ เช่น ลดการอักเสบของผิวหนัง ใช้เป็นไหมละลายในการผ่าตัด ในวงการผิวพรรณและความงามก็นำคอลลาเจนมาใช้เป็นส่วนประกอบกันอย่างแพร่หลาย เช่น สกินแคร์ที่มีสารไมโครคอลลาเจน และวิตามินซีช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสท์ หรือการฉีดคอลลาเจนเข้าสู่ผิวโดยตรง ซึ่งทำให้ผิวเรียบตึงขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ต้องฉีดซ้ำทุกๆ 6 เดือน ส่วนในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อผิวสวยนิยมใช้คอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกเพราะมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์มากที่สุด
คอลลาเจน คืออะไร

คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่วไป เช่นเดียวกับเอนไซม์ เส้นใยคอลลาเจนมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย โดยปกติผิวหนังจะมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มาก จึงมีแรงสปริงและยืดหยุ่นดีตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกาย ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia) กระดูกอ่อน เอ็น เอ็นกล้ามเนื้อ และกระดูก คอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิว มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เคราติน”

เคราติน มีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอย (wrinkle) บนชั้นผิว นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนต์ตาด้วย

คอลลาเจน ช่วยอะไรเราได้มากกว่าที่คิด

เพราะ คอลลาเจน คือโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของกระดูก เอ็น และเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยว ส่วนต่างๆ ในร่างกาย นักวิจัยจึงเชื่อว่า การที่ร่างกายมีคอลลาเจนอย่างเพียงพอ จะช่วยลดอาการของโรคข้อต่ออักเสบ รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น นักกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายหนักๆ เป็นต้น ทั้งนี้การรับประทานคอลลาเจน อาจเรียกได้ว่าแทบไม่ต่างกับการรับประทานอาหาร ประเภทโปรตีน me love plus & gold collagen ทั้งนี้ ร่างกายคนเรามีปัจจัยแตกต่างกัน เช่น เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้น้อยลง หรือชีวิตประจำวันแสนเร่งรีบ และการทำงานที่ทำให้มีความเครียดสูง ต้องเผชิญกับมลพิษรอบตัว ไม่มีเวลารับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ก็ล้วนทำให้ร่างกายมีคอลลาเจนไม่เพียงพอกับความต้องการได้ทั้งสิ้น

ดังนั้น การรับประทานผลิตภัณฑ์ Hanna colla white เพื่อทดแทนในส่วนที่ขาด จึงได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะมีขั้นตอนการย่อยน้อยกว่าเนื้อสัตว์

คอลลาเจน (Collagen) ในร่างกาย

คอ ลลาเจน คือโปรตีนธรรมชาติที่พบมากในผิวหนัง และกระดูกของสิ่งมีชีวิต ในร่างกายคนเรามีโปรตีนคอลลาเจนอยู่ถึง 1ใน3 หรือประมาณ 33% คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีโครงสร้างตาข่ายหนาแน่น ขนาดเล็กมาก และมีความแข็งแรงมาก มีลักษณะเป็นเกรียวสามเส้นพันกัน และเป็นตัวเชื่อมอวัยวะต่างๆ กับกระดูก และยังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของผิวหนังและกระดูก โครงสร้างเหล่านี้จะค่อยๆ เสื่อมสลายเองตามอายุที่มากขึ้น เช่นรอยเหี่ยวย่นบนผิวหนัง ข้อต่อและกระดูกเสื่อม โดยทั่วไป คอลลาเจนจะไม่สามารถรับประทานโดยตรงได้ เพราะมีขนาดและความหนาแน่นสูงมาก ดูดซึมได้ยาก จึงจำเป็นต้องผ่านกระบวนการแปรรูป ให้มีขนาดเล็ก เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากคอลลาเจนทั่วไปมี 2 ชนิด ชนิดแรกคือ เจลาติน Gelatin (สารให้ความหนืดชนิดหนึ่ง) และชนิดที่สองคือ คอลลาเจนพร้อมรับประทาน (Hydrolyzed Collagen)

ำไมร่างกายต้องการคอลลาเจน

เมื่อ เรามีอายุมากขึ้น คอลลาเจนในร่างกาย (ผิวหนังและกระดูก) จะเริ่มเสื่อมลง ในขณะที่ร่างกายไม่สามารถสร้างคอลลาเจนออกมาทดแทนได้ เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนใหม่ทดแทนได้น้อยลงเรื่อยๆ เมื่อร่างกายไม่สามารถผลิตคอลลาเจนใหม่ได้ทันตามการสูญเสียของร่างกาย เราจึงจำเป็นต้องรับประทานคอลลาเจนเสริมเพื่อทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปตาม ธรรมชาติ

เมื่อคอลลาเจนในร่างกายไม่เพียงพอจะมีผลกระทบอย่างไร

ในร่างกายคนเราประกอบด้วย คอลลาเจนมากถึงประมาณ 33% เมื่อคอลลาเจนในร่างกายน้อลงจึงมีผลกระทบอย่างมากต่อร่างกายเช่น

ผิวหนังแห้งกร้านหยาบกะด้าง
ริ้วรอยเหี่ยวก่อนวัย
ฝ้าและตกกระ
กระดูก และข้อต่อเสื่อม มีเสียงดังขณะเดินหรือลุกนั่ง
มีอาการเจ็บเข่า ปวดหลัง ปวดเอว
ระบบไหลเวียนโลหิตเสื่อม
การเผาผลาญไขมันด้อยลง (อ้วนง่าย ลดน้ำหนักยาก)
ดูแก่ก่อนวัย เช่น ผมขาว เล็บเปราะง่าย
สุขภาพโดยรวมไม่ดี me love plus & gold collagen.

ยาสีฟันโพรฟี่ ฟันเหลืองทำอย่างไรดี? แน่นอนว่าปัญหาฟันไม่ขาวรวมไปถึงคราบเหลือง

ยาสีฟันโพรฟี่ ฟันเหลืองทำอย่างไรดี? แน่นอนว่าปัญหาฟันไม่ขาวรวมไปถึงคราบเหลืองบนฟันกำลังกวนใจคุณแบบสุดๆ โดยเฉพาะหนุ่ม-สาวที่อยากยิ้มสวยอวดฟันขาวสะอาด ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ถ้าหากว่าฟันของคุณเหลืองหรือดำคล้ำน่าเกลียดสุดๆ
วันนี้เบ็ดเตล็ดไอเดียขอแนะนำเคล็ดลับกำจัดฟันเหลืองให้แลดูขาวสะอาดช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับรอยยิ้มของคุณ ด้วยวิธีฟอกฟันขาวแบบธรรมชาติที่รับรองว่าปลอดภัยจากสารเคมี 100% ค่ะ 1. เปลือกกล้วย หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าเปลือกกล้วยทําอะไรได้บ้าง จริงๆแล้ววิธีนี้ได้รับความนิยมมานานแล้ว เนื่องจากในเปลือกกล้วยมีสารที่ช่วยให้ฟันขาวหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม และแคลเซียม เพียงแค่ตัดเปลือกกล้วยสุกออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นกฎนำมาถูที่ฟันให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วบ้วนน้ำล้างออก แนะนำว่าควรทำเป็นประจำวันละ 1-2 ครั้ง จะช่วยทำให้ฟันเหลืองค่อยๆขาวขึ้นอย่างช้าๆค่ะ แต่ถ้ามีความมุ่งมั่นตั้งใจรอบรองว่าฟันของคุณจะกลับมาขาวสะอาดราวกับว่าไปฟอกสีฟันมาเลยทีเดียวค่ะ 2. ขมิ้นชัน + มะนาว + เกลือ อีกหนึ่งวิธีกำจัดคราบฟันเหลืองที่หาได้จากสิ่งใกล้ตัว เพียงแค่ผสมผงขมิ้นชัน เกลือป่น และน้ำมะนาวเข้าด้วยกันพอให้เป็นเนื้อครีมเหลวๆคล้ายกับยาสีฟัน จากนั้นใช้แปรงฟันทุกๆสองสัปดาห์ เพียงเท่านี้ฟันที่เคยเหลือก็จะกลับมาขาวตามธรรมชาติเหมือนเดิมค่ะ ยาสีฟันโพรฟี่.

ยาสีฟันโพรฟี่

ยาสีฟันโพรฟี่ 3. มะขามดิบ หรือ มะขามอ่อน นอกจากจะใช้ประโยชน์ในการทำอาหารแล้วนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่ามะขามดิบจะช่วยทำให้ฟันขาวได้ค่ะ เพียงนำเอามะขามดิบมาหั่นทางขวาง แล้วใช้ส่วนของเนื้อมะขามขัดที่ฟันก็จะช่วยขจัดคราบสกปรกรวมถึงคราบชาและกาแฟได้ แต่มีข้อแนะว่าวิธีนี้ไม่ควรใช้ติดต่อกันนาน เพราะมะขามมีรสเปรี้ยวกัดเนื้อฟันกร่อนได้เช่นกันค่ะ ยาสีฟัน profi

4. น้ำมะนาว เชื่อไหมว่าความเปรี้ยวจี๊ดของน้ำมะนาวนี่แหละที่จะช่วยให้ฟันเหลืองๆของคุณหายไปตลอดกาล เพียงแค่คุณถูฟันด้วยน้ำมะนาวหรือเปลือกมะนาว ถ้าใช้น้ำมะนาวให้ผสมกับน้ำเปล่าในสัดส่วนที่เท่ากันก่อนใช้บ้วนปาก เนื่องจากน้ำมะนาวมีกรดที่ทำหน้าที่เหมือนสารฟอกขาว ซึ่งจะช่วยทำให้ฟันขาวขึ้น แต่ไม่ควรใช้เกินอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพราะอาจทำให้ฟันผุได้ค่ะ ยาสีฟันโพรฟี่

5. แคร์รอต นอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณ และช่วยบำรุงสายตาแล้วนั้น การกินแครอทดิบหรือถูฟันด้วยแครอทดิบก็สามารถช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้ค่ะ เนื่องจากว่าแคร์รอตอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคเหงือก เหงือกอักเสบ และฆ่าแบคทีเรียต้นเหตุของกลิ่นปาก และแคร์รอตยังช่วยปรับสมดุลของกรด-ด่างภายในช่องปากอีกด้วย

6. สตรอว์เบอร์รี อีกหนึ่งวิธีฟอกฟันขาวสูตรธรรมชาติที่นอกจากจะช่วยแก้ฟันเหลืองแล้วยังได้รับประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย เพียงแค่คุณบดสตรอเบอรี่ 1-2 ลูก แล้วนำไปทาที่ฟัน จากนั้นทิ้งไว้สัก 2-3 นาที แล้วบ้วนน้ำออกหรือแปรงฟันตามปกติ เนื่องจากในสตรอว์เบอร์รีมีกรดมาลิคที่เป็นส่วนผสมสำคัญในยาสีฟันที่ทำให้ฟันขาวขึ้นนั่นเองค่ะ

7. น้ำมันมะพร้าว เพียงแค่นำน้ำมันมะพร้าวไปแช่เย็นจนเป็นไข จากนั้นตักน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะเข้าปาก แล้วถูและคว้านให้ทั่วทั้งปากและให้กลั้วกลับไปกลับมาจนทั่ว ประมาณ 10-15 นาทีแล้วบ้วนทิ้ง ต่อมากลั้วด้วยน้ำเปล่า แล้วจึงแปรงฟันตามปกติ เนื่องจากว่าในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น (เรียกว่า oil pulling) นั้นมีกรดลอริคในน้ำมันมะพร้าวสามารถขจัดแบคทีเรียในคราบพลัคสาเหตุของฟันเหลืองได้ ทั้งยังช่วยส่งเสริมสุขภาพเหงือกและทำให้ลมหายใจสดชื่นขึ้นด้วย

8. กานพลูป่น + น้ำตาล อีกหนึ่งสูตรฟอกสีฟันที่ช่วยให้ฟันขาวและแข็งแรงได้ และยังใช้ได้ทุกวันอีกด้วย เพียงแค่คุณนำเอากานพลูป่นมาผสมน้ำตาลแล้วใช้ขัดฟันทุกวัน เพียงเท่านี้ฟันที่เคยเหลือก็จะค่อยๆขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

9. ผงเปลือกส้ม เพียงแค่คุณนำเอาเปลือกส้มมาอบหรือตากแดดให้แห้ง ยาสีฟันโพรฟี่ จากนั้นนำไปป่นให้เป็นผง เมือ่ได้แล้วก็นำมาขัดฟันให้ขาวได้เลยค่ะ วิธีนี้สามารถใช้ได้ทุกวันโดยไม่เป็นอันตรายค่ะ

เป็นวิธีที่นิยมทำมากในอเมริกาค่ะ
เห็นหลายคนมีปัญหาเรื่องสีของฟันเลยเอามาฝากกัน
เป็นวิธีง่ายๆและถูกมากๆ ไม่ต้องเสียเวลาไปหาหมอ
ซึ่งค่าใช้จ่ายในการฟอกฟันขาวก็แพงแสนแพง
แถมบางทีสารฟอกก็เป็นอันตรายต่อฟันด้วยค่ะ
ส่วนวิธีที่จขกท.บอกนั้นมันปลอดภัย100% เพราะเป็นของที่กินได้
ไม่เป็นอันตรายแน่นอนค่ะ

วิธีที่1 เปลือกกล้วย
หลายคนอาจจะงง แต่ว่ามันใช้ได้ผลจริงๆนะ
วิธีทำก็ง่ายค่ะ ให้กล้วย(ถ้าเป็นกล้วยหอมจะดีมาก)ที่ไม่ดิบ
และไม่สุกเกินไป เอาง่ายๆคือไม่มีจุดดำค่ะ
จากนั้นก็เอาด้านในของเปลือกที่ติดกับกล้วยนี้แหละ
เอามาถูกๆๆๆๆๆๆๆที่ฟันค่ะ จากนั้นก็ไม่ต้องล้างออกนะคะ
อาจจะใช้ทิชชู่ซับส่วนที่เปื้อนออกค่ะ
ส่วนตัวเนื้อกล้วยถ้าใครไม่ทานก็เอาซ้อมบด
แล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ซัก15น. แล้วล้างออก
หน้าก็จะใสและนุ่มขึ้นค่ะ เรียกว่าสวยทั้งฟันทั้งหน้าเลยทีเดียว

วิธีที่2 ผงฟู
ผงฟูที่เราใช้ทำเค้กทำขนมนี้แหละค่ะ หาซื้อไม่ยาก
วิธีทำก็คือแปรงฟันให้สะอาดก่อนนึงครั้ง
จากนั้นนำผงฟู1ช้อนชา ผสมกับน้ำสะอาด1ช้อนชา
ในถ้วยเล็กๆแล้วผสมให้เข้ากัน
จากนั้นนำแปรงสีฟันมาจุ่มแล้วแปรงเหมือนแปรงฟันค่ะ
ให้คิดว่าน้ำผงฟูเป็นยาสีฟันเลยก็ได้เน้อ
หลังจากแปรงจนทั่วปากแล้วก็บ้วนทิ้ง
จากนั้นแล้วก็แปรงฟันด้วยยาสีฟันอีกครั้งนึงค่ะ
วิธีอาจจะแสบๆปากบ้างนะค่ะ แต่ไม่เป็นอันตรายค่ะ

3 สตรอเบอร์รี่และผงฟู
วิธีคล้ายๆกับวิธีที่2นะคะ แต่เปลี่ยนจากน้ำเป็นสตรอเบอร์รี่
ก่อนอื่นก็นำสตรอบอแหล เอ้ยสตรอเบอร์รี่หนึ่งผล
มายีๆด้วยซ้อมจากนั้นผสมผงฟูครึ่่่งช้อนชาลงไปค่ะ
จากนั้นก็แปรงเป็นยาสีฟันเหมือนวิธีที่2นั่นแหละ
วิธีนี้จะเห็นผลเร็วกว่าเพราะในผลสตรอเบอร์รี่ก็มีสารทำให้ฟันขาวเหมือนกัน
ถ้าใครไม่ชอบผงฟูจริงๆก็ใช้แต่สตรอเบอร์รี่ก็ได้ค่ะ
ส่วนคนที่ซื้อสตรอเบอร์รี่มาทีละเยอะๆ
มีวิธีเก็บรักษาอีกวิธีคือการแช่ช่องแข็งค่ะ แล้วก่อนใช้วันนึง
ค่อยหยิบลูกนึงเอามาใส่ตู้เย็น จะรักษาค.สดได้ค่ะ ยาสีฟันโพรฟี่.

tampo อาหารเสริมท่านชาย โรคหย่อนสมรรถภาพหรือที่หลายๆคนเรียกว่า นกเขาไม่ขัน

tampo อาหารเสริมท่านชาย โรคหย่อนสมรรถภาพหรือที่หลายๆคนเรียกว่า นกเขาไม่ขัน น้องชายไม่แข็งแรง เสื่อมสมรรถภาพ ลองอ่านบทความดูนะครับว่าท่านเข้าข่ายหรือไม่ จะได้แก้ไขได้ทันเวลา อาการอย่างไรถึงเข้าข่ายเรียกว่าเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction : ED) หมายถึง การที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้ หรือแข็งได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้สำเร็จเป็นที่พึงพอใจอยู่เป็นประจำ หรือย่างต่อเนื่อง (ผู้ชายอย่างเราไม่มีใครอยากเป็นหรอก จริงไหมครับ) ระดับความรุนแรงของโรค หย่อนสมรรถภาพอย่างอ่อน : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวพอดี สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เกือบทุกครั้ง หย่อนสมรรถภาพปานกลาง : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดี สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้บ้างเป็นบางครั้งหย่อนสมรรถภาพโดยสิ้นเชิง : ผู้ป่วยไม่สามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดีพอ สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เลย หย่อนสมรรถภาพไม่ใช่ไร้สมรรถภาพไม่ใช่ไร้สมรรถภาพนะครับ tampo อาหารเสริมท่านชาย.

tampo อาหารเสริมท่านชาย

tampo อาหารเสริมท่านชาย คำว่า “หย่อนสมรรถภาพทางเพศ” (ED) ในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้มากกว่าศัพท์เดิม คือ ไร้สมรรถภาพทางเพศ (Impotence) คำว่าไร้สมรรถภาพทางเพศมีความหมายในทางอับอาย เป็นเหตุให้ผู้ป่วยในอดีตน้อยรายที่จะไปพบแพทย์ ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ (เริ่มใจชื้นขึ้นมาแล้วใช่ไหมครับ) แทมโป้ อาหารเสริมท่านชาย

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นรูปแบบหนึ่งของความบกพร่องทางเพศ ได้แก่

อาการหลั่งเร็ว (premature ejaculation) อันนี้ก็พอมีทางแก้ครับ ไว้จะเอาบทความเรื่องนี้มาฝากนะครับ
อาการหลั่งช้า (delay ejaculation) แหม่…หลั่งช้าเกินไปก็เข้าข่ายนะครับ tampo อาหารเสริมท่านชาย
อาการเฉื่อยชาทางเพศ (deficits in desire)
การไม่ถึงจุดสุดยอด (orgasmic disabilities)
อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction)
หย่อนสมรรถภาพ-ปู่เซิน

การแข็งตัวของอวัยวะเพศ แบ่งการแข็งตัวออกได้เป็น 3 ชนิดใหญ่

1. เกิดจากจิตใจ ส่วนใหญ่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลาง

2. เกิดจากปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ส่วนใหญ่เกิดจากการกระตุ้นที่อวัยวะเพศ

3. เกิดในยามวิกาล เกิดขึ้นในช่วงของการหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว

การแข็งตัวส่วนใหญ่เป็นผลร่วมกันของการกระตุ้นทางจิตใจ และปฏิกิริยาสะท้อนกลับ

สาเหตุของการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ส่วนมากของผู้ที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เชื่อว่าเกิดจากการลดระดับของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน การเสื่อมสังขารตามธรรมชาติหรือสาเหตุทางจิตใจ แต่ความจริงพบว่าโรคนี้สัมพันธ์กับโรคบางโรค การบาดเจ็บ หรือจากการรักษาทั้งทางยา และการผ่าตัด

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ประกอบด้วยโรคต่าง ๆ จำนวนมาก ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และโรคมัลติเปิลสเคลอโรซิส (multiple sclerosis) tampo อาหารเสริมท่านชาย โรคเหล่านี้ทำให้เกิดความผิดปกติต่อหลอดเลือด เส้นประสาทของอวัยวะที่จะมีผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ยาหลายชนิดก็มีผลด้วยเช่นกัน การลดลงของการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน ก็อาจทำให้ความสนใจในทางเพศลดลง และหรือทำให้การแข็งตัวลดลงด้วย นอกจากนั้นกระบวนการการบำบัดทางจิต อาจรบกวนการกระตุ้นทางด้านจิตใจ หรือลดความตื่นตัวในการรับความรู้สึก

สภาพร่างกายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แบ่งออกเป็นห้ากลุ่มหลัก ดังนี้ (ตรงนี้ผมว่าสำคัญมาก)

โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด ปัญหาการไหลเวียนของกระแสเลือด ซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังอัณฑะ รวมถึงการแข็งตัวของเส้นเลือดแดง (atherosclerosis) โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง
การดำรงชีวิต การสูบบุหรี่ (จะยิ่งส่งผลร้ายต่อปัญหาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง) การดื่มสุราจัด และการใช้สารเสพติด (ลดบ้างก็น่าจะช่วยได้เยอะครับ)
ความผิดปกติของระบบประสาท และบาดแผล อันเป็นผลจากการได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และกระดูกเชิงกราน
การผ่าตัด ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดต่อมลูกหมาก และการรักษาด้วยการฉายรังสี
การรักษาด้วยยาบางประเภท ยกตัวอย่างเช่นที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง อาการซึมเศร้า และยาบางตัวสำหรับการรักษาโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร (gastric ulcers) และโรคมะเร็ง tampo อาหารเสริมท่านชาย.

ครีมโสมยูริ อยากผิวสวยควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

ครีมโสมยูริ อยากผิวสวยควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว อยากผิวสวยไม่ควรนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และควันพิษต่างๆ เท่าที่จะทำได้ สิ่งเหล่านี้เป็นผลร้ายที่จะทำอันตรายให้ผิวเราคล้ำเสียแลดูไม่ขาวใสอย่างที่ควรจะเป็น รวมไปถึงอาหารเสริมเร่งผิวขาวบางประเภทที่เป็นสารเคมีเช่นกัน นอกจากจะไม่ช่วยเรื่องผิวแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวด้วยค่ะ อยากผิวสวยไม่ควรนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับให้ได้ถึง 8 ชั่วโมง ถือว่าเป็นสุขอนามัยที่เราใฝ่หามากที่สุด แต่ในสภาวะที่การเดินทางรัดตัวขนาดนี้ ส่วนใหญ่มักจะนอนกันได้เต็มที่เพียงแค่ 5 – 6 ชั่วโมงเท่านั้น และเป็นการนอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพ แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากเรานอนหลับสนิทหรือหลับลึกติดต่อกันถึง 4 ชั่วโมงก็เพียงพอในระดับหนึ่ง และยังช่วยให้ผิวพรรณอิ่มเอิบสดใสดูดีขึ้นอีกด้วย ครีมโสมยูริ.

ครีมโสมยูริ

ครีมโสมยูริ จากเคล็ดลับที่ง่ายเช่นนี้จนเราสามารถปฏิบัติได้ทุกวัน ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากเลยสักนิด ถ้าเราทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว ผิวที่ดูขาวใสอย่างปลอดภัยก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแค่เราใส่ใจในทุกขั้นตอนและอาศัยความสม่ำเสมอเท่านั้นเองค่ะ yuri white cream

วิธีทำให้หน้าขาวขึ้นอย่างเร่งด่วนใน 1 อาทิตย์ !!! อยากหน้าขาว แลดูหน้าเด็ก ต้องลองเลยวิธีนี้

เราคงปฏิเสธกันไม่ได้นะคะว่า ประเทศไทยนั้นเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ในขณะที่อุณหภูมิกำลังสูงขึ้นและแสงแดดแรงๆ เช่นนี้ หากเราออกนอกบ้านจะยิ่งทำให้ผิวดำคล้ำเสียอย่างรุนแรง ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นที่พึงปรารถนาแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย แต่ในเมื่อเรายังต้องมีกิจกรรมที่ต้องทำนอกบ้าน ก็อย่าปล่อยให้ผิวหน้าหมองคล้ำเป็นเวลานานๆ เลยค่ะ รีบมาหาวิธีฟื้นฟูผิวหน้าของเราให้ขาวสวยใส เพื่อเปิดรับโอกาสดีๆ กันดีกว่า ครีมโสมยูริ

อยากหน้าขาวใส ต้องทาครีมกันแดดและหาอุปกรณ์ป้องกัน

ก่อนที่เราจะออกจากบ้านให้ทาครีมหรือโลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF50 ขึ้นไป และมีค่า PA++++ สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวทุกครั้ง กางร่มกันแดดที่มีแถบสะท้อนรังสียูวี เพื่อปกป้องผิวไม่ให้ถูกแสงแดดทำลายมากขึ้น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด คือ ครีมกันแดดมี 3 ประเภท ดังนี้

– ครีมกันแดดชนิดเคมี ช่วยดูดซับรังสีทางผิวหนังแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน ทำให้ป้องกันแสงแดดไม่ให้ส่องผ่านลงในชั้นใต้ผิวหนังได้ ซึ่งควรทาซ้ำทุก 2 – 3 ชั่วโมง เนื่องจากหลังจากโดนแสงแดดชั่วครู่ สารเคมีเหล่านั้นก็จะเสื่อมสภาพลง และหากมีส่วนผสมของสารเคมีในอัตราส่วนที่สูง อาจจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้

– ครีมกันแดดชนิดกายภาพ มีส่วนผสมของสารเคมีที่สามารถสะท้อนรังสียูวีที่ตกกระทบให้ออกไปจากผิวหนังได้ สารเหล่านี้มีผลทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้น้อยกว่าครีมกันแดดชนิดเคมี แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถให้ค่า SPF ที่สูงได้ ล้างออกยาก และเมื่อนำมาทาบนผิวหนังจะทำให้ดูขาวมากจนเกินไปจากสารที่เคลือบอยู่บนผิว

– ครีมกันแดดชนิดผสม เป็นการรวมของสารกันแดดที่ช่วยลดข้อด้อยและเสริมข้อดีในแต่ละอย่างของครีมกันแดดสองประเภทแรก กล่าวคือ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการป้องกันแสงแดดร่วมกัน ไม่ทำให้ผิวหน้าขาวขึ้นเมื่อทาครีม และไม่ก่อให้เกิดผิวหนังระคายเคืองจากสารเคมี

วิธีทําให้หน้าขาวใสไร้สิว โดยใช้ครีมไวท์เทนนิ่งเข้มข้น

ควรเลือกใช้เป็นเซรั่มบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง (Whitening Agents) ชนิดเข้มข้น อาทิเช่น ไนอาซินาไมด์ กรดแอสคอร์บิก อัลฟาอาร์บูติน กรดผลไม้ กรดโคจิก กรดทรานอิซามิก กรดวิตามินเอ สารสกัดจากชะเอมเทศ สารสกัดจากเปลือกสน สารในกลุ่มนี้จะช่วยลดการสร้างเมลานิน ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ผิวจึงแลดูขาวขึ้นเพราะสีผิวอ่อนลง และช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกไป

สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษ คือ ห้ามใช้ครีมไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมจากสารประกอบของปรอท สารไฮโดรควิโนน เนื่องจากจัดเป็นสารอันตรายที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง เกิดรอยดำและผื่นแดงบนใบหน้า และอาจทำให้เกิดการสะสมพิษจนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

สูตรพอกหน้าขาวใสด้วยโยเกิร์ต

โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์จากนมโคสดที่แปรรูปด้วยกระบวนการหมักกับแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีกรดแลคติกที่เกิดจากกระบวนการหมักตามที่กล่าวขั้นต้น จนน้ำตาลแลคโตสในนมเปลี่ยนลักษณะไป ทำให้นมโคมีรสเปรี้ยวและกลายสภาพจากของเหลวเป็นลิ่มข้นๆ มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน ครีมโสมยูริ ซึ่งเคล็ดลับความงามนี้ถูกค้นพบมานับพันปีแล้วโดยพระนางคลีโอพัตรา ด้วยการแช่น้ำนมสดจนทำให้พระนางคงความงดงาม

สูตรการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตนั้นง่ายนิดเดียวค่ะ เพียงแช่โยเกิร์ตรสธรรมชาติในตู้เย็นให้เย็นจัดๆ แล้วล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นนำโยเกิร์ตมาทาให้ทั่วใบหน้า นวดอย่างเบามือ แล้วพักทิ้งไว้ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ปฏิบัติอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จะสังเกตถึงผลลัพธ์ใบหน้าที่ขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทานอาหารเสริมผิวขาว

ในเมล็ดองุ่นมีสารฟลาโวนอยด์ที่เรียกกันว่า “โปรแอนโธไซยานิดิน” เมื่อสารดังกล่าวมีการรวมตัวกันจะอยู่ในรูปของ “โอลิโกเมริค โปรแอนโธไซยานิดิน” เรียกกันย่อๆ ว่า OPC ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า

ควรรับประทานวิตามินซีให้ได้ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ควบคู่ไปกับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น สารทั้งสองชนิดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ผลดีทั้งคู่ เนื่องจากสามารถช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติบนผิว เช่น ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ผิวหน้าจึงดูขาวกระจ่างใส และเมื่อทานควบคู่กันยังช่วยให้คอลลาเจนในชั้นผิวหนังแข็งแรงมากขึ้น ริ้วรอยแลดูจางลง และลดการทำงานของเอนไซม์ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยอีกด้วย

สิ่งที่เราควรรู้คือผิวของเราจะขาวได้มากที่สุดและปลอดภัยที่สุดได้เท่าผิวจากชาติพันธุ์ต้นกำเนิดของเรา ซึ่งแม้แต่ชาวแอฟริกันอเมริกันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวตนเองให้ขาวได้เท่าชาวอังกฤษ ดังนั้นผิวขาวที่ดีที่สุดสำหรับสาวไทยควรจะเป็นผิวที่ดูกระจ่างใส ไร้ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งหากสามารถปฏิบัติตามเคล็ดลับดังกล่าวไปพร้อมๆ กับสุขอนามัยที่ดีอย่างเช่น การดื่มน้ำสะอาดวันละ 6 – 8 แก้ว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง หรือการรับประทานผักผลไม้จนเป็นนิสัยแล้ว คุณก็จะมีผิวหน้าที่ขาวขึ้นอย่างปลอดภัยได้ทันหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ครีมโสมยูริ.

nutroxsun อยากผิวสวยไม่ควรนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย

nutroxsun อยากผิวสวยไม่ควรนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และควันพิษต่างๆ เท่าที่จะทำได้ สิ่งเหล่านี้เป็นผลร้ายที่จะทำอันตรายให้ผิวเราคล้ำเสียแลดูไม่ขาวใสอย่างที่ควรจะเป็น รวมไปถึงอาหารเสริมเร่งผิวขาวบางประเภทที่เป็นสารเคมีเช่นกัน นอกจากจะไม่ช่วยเรื่องผิวแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวด้วยค่ะ อยากผิวสวยไม่ควรนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับให้ได้ถึง 8 ชั่วโมง ถือว่าเป็นสุขอนามัยที่เราใฝ่หามากที่สุด แต่ในสภาวะที่การเดินทางรัดตัวขนาดนี้ ส่วนใหญ่มักจะนอนกันได้เต็มที่เพียงแค่ 5 – 6 ชั่วโมงเท่านั้น และเป็นการนอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพ แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากเรานอนหลับสนิทหรือหลับลึกติดต่อกันถึง 4 ชั่วโมงก็เพียงพอในระดับหนึ่ง และยังช่วยให้ผิวพรรณอิ่มเอิบสดใสดูดีขึ้นอีกด้วย nutroxsun.

nutroxsun

nutroxsun จากเคล็ดลับที่ง่ายเช่นนี้จนเราสามารถปฏิบัติได้ทุกวัน ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากเลยสักนิด ถ้าเราทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว ผิวที่ดูขาวใสอย่างปลอดภัยก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแค่เราใส่ใจในทุกขั้นตอนและอาศัยความสม่ำเสมอเท่านั้นเองค่ะ นูทรอกซัน

วิธีทำให้หน้าขาวขึ้นอย่างเร่งด่วนใน 1 อาทิตย์ !!! อยากหน้าขาว แลดูหน้าเด็ก ต้องลองเลยวิธีนี้

เราคงปฏิเสธกันไม่ได้นะคะว่า ประเทศไทยนั้นเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ในขณะที่อุณหภูมิกำลังสูงขึ้นและแสงแดดแรงๆ เช่นนี้ หากเราออกนอกบ้านจะยิ่งทำให้ผิวดำคล้ำเสียอย่างรุนแรง ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นที่พึงปรารถนาแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย แต่ในเมื่อเรายังต้องมีกิจกรรมที่ต้องทำนอกบ้าน ก็อย่าปล่อยให้ผิวหน้าหมองคล้ำเป็นเวลานานๆ เลยค่ะ รีบมาหาวิธีฟื้นฟูผิวหน้าของเราให้ขาวสวยใส เพื่อเปิดรับโอกาสดีๆ กันดีกว่า nutroxsun

อยากหน้าขาวใส ต้องทาครีมกันแดดและหาอุปกรณ์ป้องกัน

ก่อนที่เราจะออกจากบ้านให้ทาครีมหรือโลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF50 ขึ้นไป และมีค่า PA++++ สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวทุกครั้ง กางร่มกันแดดที่มีแถบสะท้อนรังสียูวี เพื่อปกป้องผิวไม่ให้ถูกแสงแดดทำลายมากขึ้น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด คือ ครีมกันแดดมี 3 ประเภท ดังนี้

– ครีมกันแดดชนิดเคมี ช่วยดูดซับรังสีทางผิวหนังแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน ทำให้ป้องกันแสงแดดไม่ให้ส่องผ่านลงในชั้นใต้ผิวหนังได้ ซึ่งควรทาซ้ำทุก 2 – 3 ชั่วโมง เนื่องจากหลังจากโดนแสงแดดชั่วครู่ สารเคมีเหล่านั้นก็จะเสื่อมสภาพลง และหากมีส่วนผสมของสารเคมีในอัตราส่วนที่สูง อาจจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้

– ครีมกันแดดชนิดกายภาพ มีส่วนผสมของสารเคมีที่สามารถสะท้อนรังสียูวีที่ตกกระทบให้ออกไปจากผิวหนังได้ สารเหล่านี้มีผลทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้น้อยกว่าครีมกันแดดชนิดเคมี nutroxsun แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถให้ค่า SPF ที่สูงได้ ล้างออกยาก และเมื่อนำมาทาบนผิวหนังจะทำให้ดูขาวมากจนเกินไปจากสารที่เคลือบอยู่บนผิว

– ครีมกันแดดชนิดผสม เป็นการรวมของสารกันแดดที่ช่วยลดข้อด้อยและเสริมข้อดีในแต่ละอย่างของครีมกันแดดสองประเภทแรก กล่าวคือ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการป้องกันแสงแดดร่วมกัน ไม่ทำให้ผิวหน้าขาวขึ้นเมื่อทาครีม และไม่ก่อให้เกิดผิวหนังระคายเคืองจากสารเคมี

วิธีทําให้หน้าขาวใสไร้สิว โดยใช้ครีมไวท์เทนนิ่งเข้มข้น

ควรเลือกใช้เป็นเซรั่มบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง (Whitening Agents) ชนิดเข้มข้น อาทิเช่น ไนอาซินาไมด์ กรดแอสคอร์บิก อัลฟาอาร์บูติน กรดผลไม้ กรดโคจิก กรดทรานอิซามิก กรดวิตามินเอ สารสกัดจากชะเอมเทศ สารสกัดจากเปลือกสน สารในกลุ่มนี้จะช่วยลดการสร้างเมลานิน ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ผิวจึงแลดูขาวขึ้นเพราะสีผิวอ่อนลง และช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกไป

สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษ คือ ห้ามใช้ครีมไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมจากสารประกอบของปรอท สารไฮโดรควิโนน เนื่องจากจัดเป็นสารอันตรายที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง เกิดรอยดำและผื่นแดงบนใบหน้า และอาจทำให้เกิดการสะสมพิษจนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ nutroxsun.

ivory caps ฉันชื่อมะเขือเทศฉันมีประโยชน์ทำให้หน้าขาวได้อย่างไร

ivory caps ฉันชื่อมะเขือเทศฉันมีประโยชน์ทำให้หน้าขาวได้อย่างไร มารู้จักมะเขือเทศกันค่ะ ในมะเขือเทศประกอบไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวที่ดี กระตุ้นการสร้างคอลลอเจน ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงกระชับดูอ่อนกว่าวัย รอยจุดด่างดำจางลงไปผิวหน้าจึงเปล่งปลั่งเรียบเนียน และสารสำคัญที่หาไม่ได้จากผลไม้ชนิดอื่นคือ ไลโคปีน(Lycopene) ซึ่งไลโคปีนในมะเขือเทศไม่ได้มีดีแค่ทำให้ผิวขาวอมชมพูแต่ยังจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมีหน้าทีกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายส่วนของผิวหนัง เนื่องจากสารอนุมูลอิสระนี้เป็นตัวการหลักของการเกิดริ้วรอย ลดการเกิดผิวคล้ำเสียเสื่อมสภาพ พร้อมให้ผิวของดูขาวกระจ่างใสขึ้นนั่นเอง ว่าแล้วมาดูสูตรนำมะเขือเทศมาบำรุงผิวหน้าให้ขาวใสกันดีกว่า ivory caps.

ivory caps
ivory caps 1. มะเขือเทศสดพอกหน้า ไอวอรี่แคป

นำมะเขือเทศสดๆ 1 ลูก โดยนำมาฝานเป็นแผ่นบางๆ นำมาแปะลงผิวหน้าให้ทั่วใบหน้า พอกมะเขือเทศสดทิ้วไว้ 20 นาที แล้วล้างหน้าออกด้วยน้ำสะอาด สูตรพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสดจะช่วยให้ผิวหน้าของคุณชุ่มชื่น กระจ่างใสไม่หมองคล้ำอีกต่อไป เพื่อผลลัพท์ที่ดีควรทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

2. ครีมมะเขือพอกหน้า

มะเขือเทศ 1 ลูก นำไปปั่นหรือบดให้ละเอียด จากนั้นให้ทำการกรองเอาแต่น้ำ แล้วผสมเข้ากับส่วนประกอบอื่นๆที่มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงผิวพรรณ เช่น ข้าวโอ๊ต รำข้าว เป็นต้น นำมาผสมจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนเป็นครีมมะเขือเทศแล้ว จากนั้นให้ทำการพอกครีมมะเขือเทศพอกหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 15-30 นาที แล้งทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาด ivory caps

3. ขัดหน้าด้วยมะเขือเทศสุก

นำมะเขือเทศสุกมาผ่าครึ่ง ขนาดพอดีมือ จากนั่นนำชิ้นมะเขือเทศการขัดถูให้ทั่วใบหน้า และลำคอเบาๆ โดยพยายามเน้นในบริเวณที่หน้ามันหรือมีสิวเสี้ยน เช่น จมูก คาง แก้ม เป็นต้น ทำการขัดถูให้ทั่วหน้าประมาณ 5-10 นาที แล้วพอกหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาที จึงค่อยทำการล้างออกด้วยน้ำเย็น

4. ดื่มน้ำมะเขือเทศ

การดื่นน้ำมะเขือเทศเป็นประจำทุกวันเป็นอีกวิธีลัดที่ช่วยสุขภาพดีและส่งผลให้ผิวหน้าขาวใสขึ้นได้ สำหรับสาวๆที่เป็นมือใหม่หัดกินน้ำมะเขือเทศแนะนำให้ทานน้ำมะเขือเทศ 100% แบบกล่องพาสเจอไรซ์หรือแบบที่ผสมกับผลไม้อื่นๆ จะช่วยให้ทานง่ายขึ้นมาก ซึ่งปัจจุบันน้ำมะเขือเทศบรรจุกล่องสำเร็จรูปมีหลากหลายยี้ห้อ ivory caps ที่ช่วยให้การทานมะเขือเทศของคุณง่ายขึ้น และยังหาซื้อได้ง่ายอีกด้วยน่ะ ในน้ำมะเขือเทศมีไฟเบอร์สูงช่วยการขับถ่ายง่ายทำให้สุขภาพดีจากภายในส่งผลให้ร่างกายและผิวพรรณสวยนวลเนียนดีตามมา ผิวขาวอมชมพูไม่ได้ยากอย่างที่คิดแล้ว

แชร์ประสบการณ์ดูแลหน้าขาวชมพูระเรื่อด้วยมะเขือเทศ

5. ทานมะเขือเทศสดๆ

การทานมะเขือเทศสดๆ เป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ผล จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีได้ดีช่วยทำให้ใบหน้าขาวใสขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความอ้วน และทำให้สุขภาพดีขึ้นด้วย

จากประสบการณ์การทานมะเขือเทศเป็นประจำเห็นชัดเจนว่าผิวรู้สึกผิวแข็งแรง ผิวเนียนนุ่มขึ้น กระจ่างใส ทั้งทีโดนแสงแดดเป็นประจำ ผิวก็ไม่ได้หมองคล้ำได้ง่ายๆนะจ้า ที่สำคัญผิวแข็งแรงเพราะได้รับการดูแลอย่างดี จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีนั่นเอง

นั่นแน่… เห็นสรรพคุณของมะเขือเทศต่อผิวนั้นดีแสนดี ยิ่งกว่าไปหาซื้อครีมบำรุงผิวขาวราคาแพงมาทาผิวเสียอีก ทีนี้สาวๆก็ไม่พลาดที่จะดูแลผิวให้มีสุขภาพดีได้จากภายในสู่ภายนอกแล้ว ยังมีใบหน้าที่ขาวใสอมชมพูระเรื่อโดยไม่ต้องปัดแก้มอีกต่อไป อย่างไรสาวๆสามารถนำสูตรดีๆ จากมะเขือเทศไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับตัวเองได้ง่ายๆที่บ้านของสาวๆประหยัดเวลาและยังสวยได้อีก วันนี้ niftywhite ขอลาก่อน แล้วอย่างลืมดูแลผิวด้วยมะเขือเทศกันด้วยนะ เราจะได้มีผิวขาวใสด้วยกันไปนานๆ ivory caps.

พลูคาว สรรพคุณพลูคาว หรือคาวทอง

พลูคาว สรรพคุณพลูคาว หรือคาวทอง ตำรายาไทย : – ทั้งต้น รสเผ็ด มีกลิ่นคาวปลา เป็นยาเย็น แก้กามโรค เข้าข้อ แก้น้ำเหลืองเสีย ทำให้แผลแห้ง ออกฤทธิ์ต่อปอด และตับ ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้พิษ ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ รักษาปอดอักเสบเป็นหนอง หลอดลมอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้ไอ รักษาติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ไตอักเสบบวมน้ำ ลำไส้อักเสบ เต้านมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ แก้บิด แก้ริดสีดวงทวาร ภายนอกใช้แก้พิษงู แมลงกัดต่อย แก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน ฝีอักเสบ ทาภายนอกให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังในบริเวณนั้นมาก – ใบ รสเผ็ดคาว แก้กามโรค ทำให้น้ำเหลืองแห้ง ทำให้แผลแห้ง แก้เข้าข้อ แก้โรคผิวหนังทุกชนิด
– ดอก แก้โรคตา – ราก แก้เลือด และขับลม – ทั้งห้า (ต้น ใบ ดอก ผล ราก) นำมาปรุง หรือกินแก้โรคเรื้อน มะเร็ง คุดทะราด และโรคที่เกิดตามผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย แก้กามโรค ทำให้น้ำเหลืองแห้ง พลูคาว.

พลูคาว
พลูคาว 1. พลูคาว หรือคาวตองมีฤทธิ์ในการช่วยต่อต้านมะเร็ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
2. มีฤทธิ์ในการช่วยบำบัดฟื้นฟู โรคความดันโลหิตสูง พลูคาว สมุนไพรคุณสัมฤทธิ์
3. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ต้านทานโรคช่วยยืดอายุผู้ป่วยให้อยู่สู้โรคได้นานมากขึ้น
4. พลูคาว หรือคาวตองมีส่วนช่วยยับยั้งเบาหวาน รักษาความสมดุลของร่างกาย
5. ต้นพลูคาวสดช่วยทำให้กระดูกเชื่อมติดกันเร็วขึ้น
6. ช่วยรักษาปริมาณของเหลวในร่างกาย
7. พลูคาวทั้งต้นช่วยรักษาอาการหูชั้นกลางอักเสบ
8. ต้นพลูคาวใช้รักษาโรคติดเชื้อ และทางเดินหายใจ ช่วยรักษาโรคไข้มาลาเรีย พลูคาว
9. ใบพลูคาวช่วยแก้ไข้
10. ใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้นใช้ทารักษาและช่วยต้านเชื้อโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่
11. ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาช่วยรักษาอาการติดเชื้อเฉียบพลัน ติดเชื้อทางเดินหายใจ
12. ใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้นใช้ทารักษาคางทูม พลูคาว ต่อมทอนซิลอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก
13. ทั้งต้นคาวตองช่วยแก้ และบรรเทาอาการไอ
14. มีส่วนช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวช่วยรักษาภาวะภูมิแพ้ หอบหืด
15. ช่วยรักษาโรคไอกรน
16. ช่วยรักษาการอักเสบชนิดธรรมดาบริเวณแก้วตา
17. พลูคาวทั้งต้นช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
18. ช่วยรักษาโรคหลอดลมขยายตัวมากเกินไป
19. พลูคาวทั้งต้นช่วยรักษาอาการปอดบวม ปอดอักเสบ
20. ต้นพลูคาวช่วยรักษาฝีหนองในปอด
21. พลูคาวช่วยรักษาอาการคั่งน้ำในอกจากโรคมะเร็ง ช่วยลดอาการบวมน้ำ
22. ใบพลูคาวใช้เป็นยาระบาย อาหารไม่ย่อย
23. ทั้งต้นพลูคาวช่วยรักษาอาการท้องเสีย แก้โรคบิด
24. ใบพลูคาวช่วยขับพยาธิ
25. ต้นพลูคาวใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยรักษานิ่ว
26. ช่วยรักษาอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
27. ทั้งต้นช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
28. ใบพลูคาวช่วยรักษาโรคหนองใน ใช้ปรุงเป็นยาแก้กามโรค
29. ใบพลูคาวช่วยแก้โรคไต ช่วยรักษาอาการไตผิดปกติ
30. ช่วยรักษาโรคตับอักเสบชนิดดีซ่าน
31. ต้นพลูคาวช่วยขับระดูขาว
32. ช่วยรักษาแผลอักเสบคอมดลูก
33. ช่วยรักษาการอักเสบบริเวณกระดูกเชิงกราน
34. ใบพลูคาวช่วยแก้โรคข้อ
35. ใบพลูคาวช่วยรักษาโรคหัด
36. ต้นสดช่วยรักษาผื่นคัน ฝีฝักบัว
37. ต้นสด และใบพลูคาว ช่วยรักษาโรคผิวหนังต่างๆ
38. มีฤทธิ์ช่วยระงับอาการปวด ช่วยห้ามเลือด
39. มีฤทธิ์ต้านการอักเสบต่างๆ ใช้พอกฝี บวมอักเสบ
40. ต้นสด ช่วยรักษาบาดแผล
41. ต้นสด ช่วยรักษาแผลเปื่อย
42. ต้นสดใช้พอกแผลที่ถูกงูพิษกัด
43. ช่วยป้องกันการติดเชื้อหลังผ่าตัด
44. ใบสดผิงไฟพอนิ่มใช้พอกเนื้องอกต่าง
45. มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส
46. พลูคาวช่วยยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสชนิดต่างๆ เช่น ไข้ทรพิษ หัด งูสวัด เริม เอดส์ (HIV)

47. แก้โรคน้ำกัดเท้า
48. ในประเทศจีนใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาช่วยป้องกันและรักษาโรคที่เกิดจากไวรัสในไก่ โดยใช้ผสมในอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่
49. ใบสดใช้ป้องกันปลาเน่าเสีย
50. ใบนำมารับประทานเป็นผักสด
51. เหมาะกับผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกาย ผู้ป่วยในระยะพักฟื้น
52. เหมาะกับผู้ที่ต้องการ detox ล้างพิษออกจากร่างกายป้องกันโรคร้าย ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ทำให้โรคต่าง ๆ มีอาการดีขึ้น และหายจากอาการของโรคต่างๆได้ในที่สุด
53. ใช้ควบคู่กับการรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือการฉายรังสี จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้น้อยลง
54. ประโยชน์พลูคาวใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางประเภทครีมทาแก้ผิวหนังแห้งหยาบกร้าน ป้องกันผิวหนังแตก
55. ดอกพลูคาวใช้ขับทารกที่ตายในท้อง

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของสมุนไพรคาวทอง หรือพลูคาว

1. ฤทธิ์ระงับปวด เร่งการเจริญเติบโตของเซลล์ ห้ามเลือด รักษาปริมาณของเหลวในร่างกาย
2. ฤทธิ์ขับปัสสาวะ พบสารฟลาโวนอยด์ ที่แยกได้จากใบพลูคาวเป็นสารสำคัญในการออกฤทธิ์
3. ฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ น้ำมันหอมระเหยจากการกลั่นส่วนเหนือดินของพลูคาว พบว่ามีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียอย่างแรงต่อเชื้อ Bacillus cereus และ B. Subtilis เชื้ออหิวาต์ Vibrio cholerae 0-1 และ V. Parahaemolyticus
4. ฤทธิ์ต้านไวรัส น้ำมันหอมระเหยจากพลูคาว ซึ่งประกอบด้วย n–decyl aldehyde, n–dodecyl aldehyde และ methyl–n–nonyl ketone สามารถยับยั้งการเจริญของไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดใหญ่ในหลอดทดลองได้ นอกจากนี้ยังมีผลต่อไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม 3 ชนิด ได้แก่ herpes simplex virus type–1 (HSV–1) ไวรัสไข้หวัดใหญ่ และไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ (HIV–1) และไวรัสที่ปราศจากเปลือกหุ้ม 2 ชนิด คือ โปลิโอไวรัส และ คอกซากีไวรัส พลูคาว.