เทอร์โบแม็ก โสม จัดว่าเป็นสมุนไพรที่ถูกกล่าวถึงในเรื่องของการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย

โสม จัดว่าเป็นสมุนไพรที่ถูกกล่าวถึงในเรื่องของการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายมากพอสมควร มีงานวิจัยทางการแพทย์ว่า มีสรรพคุณที่หลากหลาย นอกจากลักษณะเด่นเรื่อง เทอร์โบแม็ก turbo max การเพิ่มขนาดแล้วยังมีในเรื่องเกี่ยวกับการบำบัดรักษา การป้องกันโรค และบำรุงร่างกาย ด้วยคุณสมบัติที่มาจากธรรมชาตินี้ ก็เลยเกิดผลข้างเคียงน้อยหรือแทบจะไม่มีเลย โสมถือว่าเป็นสมุนไพรโบราณมีใช้กันมานานหลายร้อยหลายพันปี เจอได้หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลี จีน อเมริกา รวมทั้งบ้านเราด้วย โสมชนิดที่ได้รับความนิยมมาทำเป็นอาหารเสริมเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายมากที่สุดชื่อ ประเภทตังกุย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศเกาหลีเพราะเชื่อว่าคุณภาพดีที่สุด

โสม เป็นสมุนไพรทั้งเสริมและก็คุ้มครองการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ดีเยี่ยม อาจเป็นผลมาจากคุณสมบัติของโสมที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด จึงส่งผลให้มีส่วนในการเพิ่มขนาดน้องชายเนื่องจาก อวัยวะเพศชาย ประกอบไปด้วยเส้นเลือดใหญ่แล้วก็เลือดฝอยมากมาย แม้เลือดถูกไหลเวียนไปที่อวัยวะเพศชายได้ดีขึ้นจะทำให้น้องชายใหญ่ขึ้น turbo max ผลที่เกิดจากการระงับความเครียดทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น รวมทั้งสมรรถนะทางเพศก็ดีขึ้นตามมา เทอร์โบแม็ก คุณผู้ชายที่ทานโสมเป็นอาหารเสริมจะช่วยทำให้อวัยวะสืบพันธุ์ชายแข็งเร็วขึ้น นานขึ้น อึดแล้วก็ทน ส่งผลการทดลองออกมาแล้วว่า เพศชายที่รับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบจากโสมนั้นพึงพอใจ ผลทั้งเพิ่มขนาดของอวัยวะเพศชายแล้วก็ทำให้รับศึกหนักได้ดีเมื่อออกศึก จนถึงคุณผู้หญิงของคุณจะต้องตกตะลึง

โสม เป็นพืชที่มีหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งมีคุณประโยชน์แตกต่างกันไปตามประเภทของสายพันธุ์นั้นๆแต่โสมที่เหมาะสมที่สุดเป็นโสมที่มีบ้านเกิดจากประเทศเกาหลีแล้วก็จีนเป็นส่วนมาก turbo max สารสำคัญที่ตรวจเจอในรากโสมที่มีฤทธิ์ในทางรักษาโรคคือ จินเซ็นโนไซน์ ที่มีคุณลักษณะในการปรับสมดุลของร่างกาย (หยิน-หยาง) ได้เป็นอย่างดี โสมจะดีมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นกับจำนวน จินเซ็นโนไซน์ ที่มีอยู่ในรากโสมนั่นเอง โสม ยังเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อการช่วยทำให้เยื่อดูดซึมออกสิเจนได้มากขึ้นก็เลยทำให้ กระบวนการเผาผลาญอาการในร่างกายเกิดได้มากขึ้นซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดพลังงาน แก่ร่างกายจำนวนมาก เทอร์โบแม็ก โสมยังเป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการทำลายเซลล์ให้แก่ก่อนวัยและก็ยังมีสมรรถนะสำหรับในการเป็น ภูมิคุ้มกันโรคต่างๆได้อีกด้วย

ออไรท์ ปัจจุบันนี้วงการแพทย์มีความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมมากขึ้น

ปัจจุบันนี้วงการแพทย์มีความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมมากขึ้น มีข้อมูลนำไปสู่ความเข้าใจ ช่วยให้วิเคราะห์ ป้องกันรวมทั้งรักษาโรคได้ดีขึ้น สำหรับสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านมมีได้หลายต้นสายปลายเหตุ เพียงแต่ว่าสาเหตุใดจะมีพลังขับเคลื่อนมากกว่ากัน ตามข้อมูลของชมรมโรคมะเร็งอเมริกัน มะเร็งเต้านมราว 75-80% สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิต ผู้หญิงสามารถกำหนดชะตากรรมชีวิตได้ด้วยการควบคุมสาเหตุก่อมะเร็งเป็นควบคุมน้ำหนักตัวอย่าให้อ้วน ควบคุมอาหารการกินให้พอดี ออกกำลังกายให้มากพอ หยุดสูบบุหรี่ ลด ละ เลิกการกินเหล้า แล้วก็ควรจะรับประทานอาหารที่เน้นไปทางผักผลไม้ ออไรท์ รับประทานไขมันแต่น้อย หากรับประทานก็ควรเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก ควรจะลดการกินไขมันจากสัตว์ การทำแบบนี้จะลดอุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมได้ถึง 60% การออกกำลังกายเป็นประจำวันละประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถลดมะเร็งเต้านมได้ 25-30% เนื่องจากการออกกำลังกายสามารถลดความอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งอื่นๆผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า ไขมันเป็นเสมือนอวัยวะที่ผลิตฮอร์โมนผู้หญิงออไรท์  (เอสโตรเจน) ที่ส่งผลต่อการเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านม (ปัจจุบันนี้ได้มีการแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนผู้หญิงทดแทน ในคนที่มีภาวะหมดประจำเดือนแล้ว เพราะกระตุ้นให้เกิดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม)

โรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยแล้วก็เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆในผู้หญิง ส่วนในผู้ชายก็เจอโรคมะเร็งเต้านมได้ด้วยเหมือนกันแต่ว่าไม่บ่อยนัก คร่าวๆ 90% ของโรคมะเร็งเต้านมเกิดจากต่อมน้ำนมและท่อน้ำนม ออไรท์ จึงมีโอกาสมากที่จะเจอการเกิดโรคมะเร็งในเต้านมทั้งสองข้าง อีกทั้งในระยะต้นและก็ภายหลังจากการตรวจวิเคราะห์ อย่างไรก็ดี การตรวจพบโรคมะเร็งในช่วงแรกจะช่วยทำให้การรักษามีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง

อาการโรคมะเร็งเต้านม บางครั้งผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม อาจไม่มีอาการของมะเร็งเต้านม หรือบางครั้งอาการผิดปกติที่เป็นอาจไม่ใช่โรคมะเร็งก็ได้ ดังนั้นควรต้องไปพบแพทย์เมื่อมีลักษณะอาการดังนี้
1.มีก้อนหนาๆในเต้านมหรือใต้แขน
2.บริเวณศีรษะนมบุบ มีน้ำเหลือง หรือมีแผล
3.เต้านมมีผื่น แดง ร้อน ผื่นเหมือนผิวส้ม
4.มีลักษณะอาการปวดรอบๆเต้านม

โรคมะเร็งเต้านมมีสาเหตุจากเยื่อของเต้านมมีการเปลี่ยนเป็นเซลล์ของมะเร็งซึ่งบางทีอาจจะกิดเป็นโรคมะเร็งเต้านมที่เกิดกับท่อน้ำนม หรือโรคมะเร็งเต้านมที่เกิดกับต่อมน้ำนม โรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อย โดยเหตุนั้นท่านผู้อ่านที่เป็นหญิง
หรือชายน่าจะตรวจเต้านมตนเองโรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในหญิง จากสถิติของสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติเจอหญิงเป็นโรคมะเร็งเต้านมปริมาณร้อยละ 37 ของโรคมะเร็งทั้งหมดทั้งปวง แล้วก็ยังมีอัตราการเสียชีวิตเป็นชั้นสองรองจากโรคมะเร็ง
ปอด ดังนั้นการดูแลตัวเองเพื่อลดการเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ออไรท์ และการค้นพบโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรกในตอนที่ก้อนมีขนาดเล็ก แล้วก็ก้อนมะเร็งยังอยู่เฉพาะที่เต้านม ยังไม่แพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง ก็เลยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่า จะได้โอกาสหายสนิทมากเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับการตรวจเจอก้อน โรคมะเร็งที่มีขนาดใหญ่ หรือกระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้แล้ว โดยหากมีการตรวจเจอโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น ได้โอกาสที่จะมีชีวิตเกิน 5 ปีถึงจำนวนร้อยละ 98 ถ้าหากตรวจเจอ ตอนก้อนโรคมะเร็งกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้แล้ว ได้โอกาสที่จะมีชีวิตเกิน 5 ปีจำนวนร้อยละ 84 แล้วก็ถ้าหากตรวจพบ ตอนโรคมะเร็งแพร่ไปไปแล้ว จังหวะที่จะมีชีวิตเกิน 5 ปี มีเพียงแค่จำนวนร้อยละ 23 และก็ยังไม่แพร่กระจายจะก่อให้มีโอกาศรอด
ชีวิตสูง ก้อนขนาดเล็กก่อนจะเข้าใจโรคมะเร็งท่านจำเป็นต้องรู้

เอมมูร่า เซซามิน งาดำธัญพืชที่มีคุณประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน

งาดำถือได้ว่า ธัญพืชที่มีคุณประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน เอมมูร่า เซซามิน รวมทั้งในขณะนี้ยังไม่มีการศึกษาเรียนรู้ไหนที่หาผลประโยชน์ในงาดำหมด งาดำมีบ้านเกิดเมืองนอนในประเทศโอธิโอเปียถูกนำเข้ามาทวีปเอเชียในครั้งแรกที่จีนหลังจากนั้นก็แพร่หลาย
มาบ่อยจนกระทั่งมาถึงเมืองไทย ก็ได้นิยมนำงาดำมาเป็นส่วนประกอบอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งของหวาน ของหวานต่างๆ เอมมูร่า เซซามิน aimmura sesamin ชอบนิยมนำงาดำมาโรยหน้าของหวานแล้วก็ในปัจุบันนี้ ได้มีการนำงาดำมาทำเป็นเครื่องดื่มโดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำนมถั่วเหลืองผสมงาดำ
พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกำน้ำมะเขือแล้วน้ำนมถั่วเหลืองผสมงาดำมี คุณประโยชน์ต่อต้านอนุมูลอิสระมากยิ่งกว่าน้ำมะเขือเทศถึง20เท่า

คุณประโยชน์อีกอย่างหนึ่งหมายถึงถ้าหากใช้น้ำมันงาดิบนวดตัวในเวลาเช้าก่อนอาบน้ำ เอมมูร่า เซซามิน จะสามารถช่วยสำหรับปรับระบบประสาทแล้วก็ระดับฮอร์โมน ให้ไปสู่สภาพการณ์สมดุล ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำให้จิตใจสงบ และก็ยังสามารถนำน้ำมันงาดิบไปใช้ นวดตัว เพื่อกำจัดลักษณะของการปวดปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ บรรเทาลักษณะของการปวดหัวเข่า เคล็ดปวดเมื่อย รวมทั้งทำให้กล้ามไม่เหี่ยวย่น มองอ่อนวัยอยู่เป็นประจำ แล้วก็ยังมีผลให้ระดับไขมันอยู่ในรูปทรงที่พอดี aimmura sesamin ช่วยเลี้ยงดูเกี่ยวกับเรื่องของอัตราส่วนของไขมันภายในร่างกาย  ลดจำนวนของคอเลสเตอรอล มีไขมันดีเยี่ยมขึ้น

การทานงาหรือน้ำมันงามีส่วนช่วยสำหรับในการควบคุมความดันเลือดสูงอย่างเป็นจริงเป็นจัง สารสกัดงาดำ รวมทั้งการลดหุ่น การลดระดับไขมันในเลือดแล้วก็เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย
aimmura sesamin แม้ท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีปัญหาความดันเลือดสูง การทานงาดำเป็นอาหารเสริมหรือใช้น้ำมันงาดำชดเชยน้ำมันประเภทอื่นๆในชีวิตประจำวัน สารสกัดงาดำ เป็นลู่ทางที่น่าดึงดูด เพราะว่างาดำไม่ใช่อาหารราคาสูง หาได้ง่ายในประเทศไทย

omg การป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

omg การป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก- หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา สำส่อนทางเพศ- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรไปแพทย์แพทย์เพื่อตรวจต่อมลูกหมากทุกปี แม้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ตาม ซึ่งหากพบมะเร็งในระยะเริ่มแรกจะได้มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้คุณสามารถสอบถามหรือขอคำแนะนำได้ที่ “คลีนิกต่อมลูกหมาก”- หากมีญาติใกล้ชิดเป็นโรคนี้ ควรได้รับการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่อายุ 40 ปี เป็นประจำทุกปี- การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง (PSA) ในโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ค่าปกติจะน้อยกว่า 4 นาโนแกรม หากตรวจพบอยู่ระหว่าง 4-10 นาโนแกรม ถือว่าอาจมีการอักเสบของต่อมลูกหมาก ต่อมลูกหมากโต หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรมาตรวจเป็นระยะตามที่แพทย์นัด เพราะมีโอกาสเสี่ยงสูง ถ้าค่าที่ตรวจได้มากกว่า 10 ถือว่าสูงมาก เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากวิตามินป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก- วิตามิน อี ซิลิเนียม เเบต้าซิโตสเตอรอล และไลโคปีน สามารถการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ รวมทั้งควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ลดอาหารไขมันอิ่มตัวสูง และเพิ่มไขมันที่ดี เช่น น้ำมันมะกอก ถั่วผัก ผลไม้ ลดอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนือสัตว์ที่ย่อยยาก- วิตามิน อี พบมากในถั่วต่างๆ น้ำมันพืช น้ำมันปลา รำข้าว งาดำ และงาขาว จากการวิจัยพบว่าการรับประทานวิตามิน อี เป็นประจำจะช่วยชะลออัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และลดอัตราการตายจากโรคนี้ได้- ไลโคปีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากที่ได้รับการยอมรับมาก พบได้มากในมะเขือเทศ มีการศึกษาพบว่าการรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำสามารถลดจนาดของเนื้องอก แต่การรับประทานอาหารเสริมไลโคปีนพบว่าไม่สามารถป้องกันได้ และกลับเป็นผลร้ายต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย- ซิลิเนียม เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ พบได้มากในพวกปลา อาหารทะเล ไก่ ธัญพืช ถั่วต่างๆ กระเทียม ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก- เบต้าซิโตสเตอรอล มีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด พบมากในถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ จมูกข้าวสาลี น้ำมันข้าวโพด การวิจัยพบว่าช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ omg.

omg

omg โรคมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าเรารู้ก่อนและได้รับการรักษาเป็นอย่างดี เราก็จะมีโอกาสหายขาดได้ แต่ถ้าจะให้เรา เราต้องปฏิบัติตัวเองให้อยู่ในทำนองครองธรรม คือ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติด และสิ่งมึนเมา เรื่องเพศสัมพันธ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่ควรสำส่อน และควรป้องกันทุกครั้ง ด้วยความปรารถนาดีจาก อาหารเสริมผู้ชาย เรเซอร์ Racer #เพิ่มพลังเพศ #บำรุงร่างกาย #ปลุกน้องชายให้แข็ง-แรง-เอาอยู่ โอเอ็มจี

ยาปลุกเซ็กส์จากการสังเคราะห์
เซ็กส์ในช่วงชีวิตของมนุษย์ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ชายนั้นยิ่งขาดเสียไม่ได้ บางครั้งเรื่องสมรรถภาพทางเพศก็เป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญ ซึ่งเรื่องสมรรถภาพทางเพศถ้าอายุเราเพิ่มขึ้น ความต้องเราจะน้อยลง ดังนั้นผู้ชายอย่างเราจึงค้นหา แสวงหายาปลุกเซ็กซ์เพื่อที่จะสนองความต้องทางเพศที่เพิ่มมากขึ้น omg
ไวอากร้า (Viagra)

ยาปลุกเซ็กส์ที่มีคนรู้จักไปทั่วโลกและอย.บ้านเราก็อนุญาติให้มีการจำหน่ายในสถานพยาบาลได้ (ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น) มันคือยาในกลุ่ม sildenafil โดยมีชื่อทางการค้าอยู่ 3 ยี่ห้อ คือ Viagra, Elonza ลแะ Tonafil จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ยาเพิ่มความต้องการทางเพศ แต่มันคือยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งยานี้มีผลข้างเคียง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะใช้ยานี้ คำเตือน ยานี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ช่วยทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น
เลวิตร้า (Levitra)

ยาในกลุ่ม Vardenafil ซึ่งได้รับอนุญาติจาก อย.ไทยแล้ว เลวิตร้าไม่ใช่ยากระตุ้นทางเพศแต่อย่างใด แต่เป็นยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย เป็นยาอันตราย ห้ามใช้กับผู้ป่วยโรคหัวใจ ซึ่งยานี้มีผลข้างเคียง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะใช้ยานี้ คำเตือน ยานี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ช่วยทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น
เซียลิส (Cialis)

ยาในกลุ่ม Tadalafil เป็นคู่แข่งของยา ไวอากร้า จัดว่าเป็นยาปลุกเซ็กซ์ที่ มาแรงแซงทางโค้งจริงๆ เพราะกินก่อนปฏิบัติภารกิจเพียง 15 นาที แต่ฤทธิ์กลับอยู่ได้นานเกือบ 2 วัน แต่สำหรับผู้ที่ยังฟิตปั๋ง ขอบอกเลยว่า อย่าได้คิดลองยาเหล่านี้เป็นอันขาด เนื่องจากคุณอาจมีโรคประจำตัวที่ไม่เคยรู้ ซึ่งสามารถทำให้มีผลข้างเคียงกับการใช้ยา เช่น ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือผู้ที่ใช้ยาขยายหลอดเลือดหัวใจกลุ่มไนเตรท อาจต้องเสียชีวิตเพราะยาดังกล่าวได้ ซึ่งยานี้มีผลข้างเคียงอย่างมาก
แมลงวันสเปน (Spainish fly)

หรือเรียกว่า “ยาเสียสาว” เป็นยาปลุกเซ็กส์ผู้หญิง แบบปานกลาง มีสรรพคุณช่วยเพิ่มอารมณ์เซ็กส์ให้กับคุณผู้หญิงที่ได้รับยาตัวนี้เข้าไป จะทำให้โครงสร้างอารมณ์ SEX ปรับตัวเข้าสู่สภาวะสมดุลอีกครั้ง แต่ผลข้างเคียงนั้นค่อนข้างจะรุนแรง อาจต้องเสียชีวิตเพราะยาดังกล่าวได้ ทางการแพทย์จึงไม่ค่อยแนะนำสักเท่าไหร่
เยอรมัน เซ็กส์ ดรอป (German sex drops)

มีสรรพคุณเป็นยาปลุกอารมณ์เซ็กส์ สำหรับคู่รักของเรา ตัวยามีลักษณะเป็นน้ำ ไม่มีรส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น โดยใช้ครั้งละ 1 ขวด เทผสมลงในเครื่องดื่ม ประเภทชา กาแฟ นม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทันที ละลายง่าย ระยะเวลาออกฤทธิ์ประมาณ 30-45 นาที ตัวยากำลังดีไม่แรงมากนัก ทำให้ไม่มีผลข้างเคียง สินค้าตัวนี้จัดเป็นสินค้ายาปลุกเซ็กส์คุณภาพปานกลาง ราคาไม่แพง นำเข้าจากประเทศเยอรมัน ไม่ได้รับการรับรองจาก อย.ไม่ควรใช้อย่างยิ่ง

ยาปลุกเซ็กส์จากความเชื่อ
ความต้องการทางเพศ หรือสมรรถภาพทางเพศ ผู้ชายอย่างเรามักจะอยากได้อยากมีอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็สรรหาสิ่งที่เค้าเล่ากันว่าสามารถช่วยเพิ่มพลังทางเพศได้ โดยบางครั้งสิ่งที่ความเชื่อก็ไม่แน่ว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศขริงหรือไม่ ดังนั้นเราจะมาดูกันว่ายาปลุกเซ็กส์จากธรรมชาติตามความเชื่อกันว่ามีอะไรบ้าง
อุ้งตีนหมี

ความเชื่อ : เขาว่ากันว่าอุ้งตีนหมีเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมจากหนุ่มๆ เกาหลีมากเป็นพิเศษ เพราะจะทำให้พละกำลังทางเพศที่ค่อยๆลดลงกลับฟื้นคืน และกลับมาฟิตปึ๋งปั๋งได้อีกครั้งหนึ่ง วิธีการได้มาซึ่งอุ้งตีนหมีนั้นโหดร้ายและทารุณมาก จนมีการออกมาต่อต้านกันอย่างมาก แล้วยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ารับประทานแล้วจะทำให้กระชุ่มกระชวยได้จริง หรือมีอันตรายมากน้อยเพียงใด
กระปู๋สัตว์

ความเชื่อ : เขาว่ากันว่าอวัยวะเพศของสัตว์ เช่น เสือ ช้าง สิงโตทะเล กวางจะเพิ่มความต้องการทางเพศได้มากหากนำมาตุ๋นยาจีนแล้วดื่มเป็นยาโด๊ปเสริมพลังทางเพศได้เป็นอย่างดี omg เพราะในเนื้อเยื่อที่เป็นกล้ามเนื้อเจลลาติน น่าจะมีฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนรวมอยู่ด้วย ก็จะทำให้คุณรู้กเหมือนกลับมาเป้นหนุ่มอีกครั้ง เพิ่มพลังทางเพศได้มากขึ้น แต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ารับประทานแล้วจะทำให้กระชุ่มกระชวยได้จริง หรือมีอันตรายมากน้อยเพียงใด
ทารกตุ๋น

ความเชื่อ : เขาว่ากันว่าทารกที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 1 ปี จะเป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดในการนำมาตุ๋น เพื่อโด๊ปเสริมสร้างพลังทางเพศและเป็นยาอายุวัฒนะของผู้สูงอายุนั้นมมานานแล้ว ซึ่งก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ารับประทานแล้วจะทำให้กระชุ่มกระชวยได้จริง
งูเห่า

ความเชื่อ : เขาว่ากันว่าชาวบ้านแถวต่างจังหวัดเชื่อกันว่าหากรับประทานงูเห่า หรืออาจจะเป็นดีงู เลือดงูสดๆ จะทำให้ร่างกายฟิตปั๋ง เพิ่งพลังทางเพศให้คึกคัก กลับมาเป็นงูเห่าคอยฉกสาวๆ แต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ารับประทานแล้วจะทำให้กระชุ่มกระชวยได้จริง หรือมีอันตรายมากน้อยเพียงใด
เนื้อสุนัข

ความเชื่อ : เขาว่ากันว่าสุนัขจะสามารถนำมาทำเ็นอาหารคลายหนาวได้และเนื้อของมันยังช่วยเพิ่มพลังทางเพศได้เป็นอย่างดี แต่ก็นะ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ารับประทานแล้วจะทำให้กระชุ่มกระชวยได้จริง หรือมีอันตรายมากน้อยเพียงใด
นอแรด

ความเชื่อ : เขาว่ากันว่าถ้าหากกินผงเขาแรด หรือนอแรดที่ผ่านกรรมวิธีมาแล้ว อวัยวะเพศของคุณจะแข็งแกร่งชูชันอย่างกับเขาของแรด แต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ารับประทานแล้วจะทำให้กระชุ่มกระชวยได้จริง หรือมีอันตรายมากน้อยเพียงใด omg.

Posted in omg

instantly ageless วิธีกำจัดถุงใต้ตา แก้ง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

instantly ageless วิธีกำจัดถุงใต้ตา แก้ง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง แหนะ! จ้องหน้าจอนานอย่างนี้ ทำงานเยอะขนาดนี้ นอนน้อยขนาดนี้ สาวๆ มีปัญหาถุงใต้ตากันบ้างหรือไม่? วงในบิวตี้มีวิธีกำจัดถุงใต้ตาแบบง่ายๆ มาฝากกัน สาวๆ คนไหนที่ช่วงนี้นอกดึก โหมงานหนัก หรืออกหัก จนไปไหนมาไหนใครๆ ก็ทักว่า “หน้าตาดูเหนื่อยนะ” เพราะถุงใต้ตาเจ้ากรรม ดันสลอนบวมเป่งออกมาซะฉึ่ง จนบดบังความงามที่แท้จริงของดวงตา ทำให้เสียความมั่นใจ ไม่ว่าจะลองเอาอะไรมาโปะ หรือมาประคบแล้วก็ไม่เห็นมันจะดีขึ้นสักเท่าไหร่ วงในบิวตี้ขอแนะนำให้ใจเย็นๆก่อน หายใจเข้าลึกๆ แล้วจงอ่านบทความต่อไปนี้อย่างตั้งใจ อ่านจบแล้วการันตีได้เลยว่าสาวๆ จะได้วิธีการง่ายๆ ไปกำราบเจ้าถุงใต้ตาไม่ให้สลอนหน้าบวมฉึ่งขึ้นมาอีก จะมัวรออะไรอยู่ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ก่อนอื่นสาวๆ หลายคนอาจจะมีความสงสัยว่า เอ๊ะ! ถุงใต้ตานี่มันคืออะไรกันนะ แล้วมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? ถุงใต้ตาก็คือ อาการบวม หรือคั่งน้ำของถุงไขมันที่อยู่ใต้ดวงตา ซึ่งถุงไขมันนี้มีอยู่อย่างเป็นธรรมชาติอยู่แล้วบริเวณเบ้าตา จำนวน 5 ถุง บริเวณเปลือกตาบนสองถุง และบริเวณเบ้าตาล่าง 3 ถุง ซึ่งเจ้าสามถุงข้างล่างนี่แหละที่มักจะมีปัญหา เพราะถ้าหากเราใช้สายตาบ่อย นอนพักผ่อนน้อย ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ร้องไห้หนัก หรือแม้แต่เป็นภูมิแพ้ แล้วเกิดอาการระคายเคือง เจ้าถุงไขมันตรงบริเวณเบ้าตาล่างนั้น ก็จะเกิดการคั่งน้ำ หรือบางกรณีเกิดอาการการหมุนเวียนภายในหลอดเลือดบริเวณนั้นไม่คล่อง ทำให้ถุงไขมันทั้งสามบวมใหญ่ขึ้น จนทำให้เห็นเป็นรอยหย่อนคล้อยใต้ดวงตา เพิ่มความมีอายุให้แก่ใบหน้าไปอีกหลายปี ทีนี้เมื่อมันบวมแล้ว เราก็ต้องหาวิธีการแก้บวม ซึ่งสาวๆ หลายคนคงจะคุ้นชินกับการเอาแตงกวา หรือถุงชามาโปะ ก็ถือว่าเป็นวิธีที่ช่วยได้อย่างหนึ่ง แต่การแก้ไขอย่างถูกต้อง และถูกจุดสุดๆ เราจำเป็นจะต้องรู้ลึก รู้จริงอย่างละเอียดค่ะ มาดูกันเลยว่าวิธีแก้ไขถุงใต้ตาให้ได้ผลจริงนั้น ทำอย่างไรได้บ้าง instantly ageless.

instantly ageless
instantly ageless อันดับแรกสาวๆ จะต้องตอบคำถามสำคัญนี้ก่อน ว่าอาการถุงใต้ตาบวมที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นเป็นถุงใต้ตาแท้ หรือถุงใต้ตาเทียม?
หากเป็นถุงใต้ตาแท้ ก็แสดงว่ามีถุงใต้ตานี้มาโดยกรรมพันธุ์ คือมีมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ได้เป็นเพราะอดนอน หรือใช้สายตามากแต่อย่างใด ageless

วิธีการแก้ไขจึงอาจต้องไปปรึกษาแพทย์ศัลยกรรมใช้วิธีเลเซอร์ออก ซึ่งในปัจจุบันวิธีดังกล่าวถือว่าเป็นวิธีการที่ค่อนข้างปลอดภัยมากที่สุด ครีมลดถุงใต้ตา
ส่วนการผ่าตัดถุงไขมันอย่างที่เป็นที่นิยมทำกันนั้นค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง เพราะอาจจะกระทบต่อการมองเห็นและอาจจะกลับมามีถุงใต้ตาอีกได้

ส่วนถุงใต้ตาเทียมคือ อาการบวมของถุงใต้ตาในกรณีที่เราอดนอน instantly ageless
ใช้สายตามาก ร้องไห้บ่อย หรือเกิดอาการระคายเคืองบางอย่าง
ทำให้การหมุนเวียนของเลือดบริเวณดวงตานั้นไม่ลื่นไหล
จึงเกิดอาการคั่งน้ำ ส่งผลให้ถุงไขมันใต้ตาบวมขึ้นมา

วิธีการแก้ไขนั้นสาวๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ด้วยวิธีการง่ายๆ ดังต่อไปนี้
เริ่มจากชีวิตประจำวันก่อน การดื่มน้ำ และนอนพักมากๆ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

เนื่องจากการดื่มน้ำนั้น จะช่วยทำให้น้ำไปหล่อเลี้ยงร่างกายอย่างเพียงพอ ถ้าหากร่างกายเราขาดน้ำ ระบบกลไกของร่างกายจะทำหน้าที่คล้ายกับอูฐในทะเลทราย ที่จะกักเก็บน้ำเอาไว้ ทีนี้น้ำที่ร่างกายเรากักเก็บไว้ก็จะไปคั่งอยู่ตามจุดต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะจุดที่เห็นชัดเลยก็คือบริเวณใต้ดวงตานั่นเอง

ส่วนการนอนหลับนั้น เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้รักษาส่วนต่างๆ ที่สึกหรอ อีกทั้งเป็นการปรับสภาพให้ระบบหมุนเวียนเลือด และของเหลวต่างๆ ทำงานอย่างปกติ ไม่มีการคั่งค้าง

ซึ่งการนอนหลับนี้วงในบิวตี้มีทิปส์ให้อีกนิดหนึ่งก็คือ การเลือกหมอนที่เหมาะกับสรีระของร่างกาย การนอนบนหมอนที่ทำให้ศีรษะอยู่ในระดับที่สูงกว่าร่างกายนั้น ก็จะสามารถเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดการสะสมของเหลวใต้ดวงตาได้ค่ะ

ส่วนการดูแลใต้ตาหลังจากตื่นนอน สาวๆ สามารถที่จะทำได้โดยนวดคลึงใต้ตาเบาๆ ด้วยนิ้วนางจากหัวตาไปยังหางตาข้างละสิบครั้งก่อนลุกออกจากเตียง จากนั้นพอลุกขึ้นมาล้างหน้า ก็ควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ใช้น้ำเย็นประหน้าเบาๆ สักครู่หนึ่ง อาจจะทำสัก 3-5 ครั้ง เพื่อเป็นการกระชับหลอดเลือดบนผิวหน้าให้ตึงเด้ง สดชื่น พวกของเหลวที่สะสมอยู่บริเวณใบหน้าในระหว่างที่เรานอนหลับ ก็จะถูกดึงกลับไปด้วย

ฟังดูแล้วไม่ยากเย็นเลยใช่ไหมคะ เพียงแค่ต้องอดทนเสียหน่อย หมั่นทำบ่อยๆ เป็นประจำ โดยเฉพาะการดื่มน้ำเยอะๆ นอนพักผ่อน พักสายตา และการนวดคลึงใต้ดวงตา เพียงเท่านี้ก็สามารถลดสาเหตุของการเกิดอาการถุงใต้ตาบวมได้แล้วล่ะค่ะ

นอกจากนั้นก็ยังมีข้อควรระวังอีกนิดหน่อยอย่างการสัมผัสผิวหนังรอบดวงตา ต้องไม่ขยี้ตาแรงๆ

สำรวจตัวเองในเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผิวหนังทั้งหลาย อย่างเครื่องสำอาง สบู่ แชมพู หรือแม้แต่ผงซักฟอก ก็อาจจะมีส่วนทำให้เกิดอาการแพ้ ทำให้ผิวหนังใต้ดวงตาอักเสบได้ค่ะ

5 วิธีลดถุงใต้ตา เพื่อบอกลาตาบวมตุ่ยแบบฉบับทำง่ายและทำได้ทุกคน ใครเจอปัญหานี้อยู่ไม่ต้องกังวล ลองนำไปใช้ดูรับรองเวิร์ก !

สาว ๆ ที่ใช้ชีวิตหักโหมฮาร์ดคอร์ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนหยิบกระจกมาส่องแล้วเห็นใต้ตาดำคล้ำ พร้อมถุงใต้ตาที่บวมตุ่ยขั้นเทพ งานนี้คงทำให้คุณกรี๊ดไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ เพราะเจ้าถุงใต้ตาเนี่ยทำให้ความสวยเราหมดไป แถมด้วยความโทรมเข้ามาแทนที่ แบบนี้ไม่โอเคเลยว่าไหมล่ะคะ ทางที่ดีมากำจัดถุงใต้ตาด้วย 5 วิธีที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากในวันนี้กันดีกว่าค่ะ บอกเลยว่าทำได้ง่าย ๆ และไม่ต้องเสียเงินเยอะเลย
วิธีลดถุงใต้ตา

1. ใช้ช้อนเย็น

วิธีนี้แหละง่ายและทำได้ทุกคนแน่นอน แค่นำช้อนไปแช่ไว้ในตู้เย็นสัก 10-15 นาที จากนั้นนำมาครอบไว้บนเบ้าตาจนกว่าช้อนจะอุ่น วิธีนี้จะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวลงและลดอาการตาบวมได้อยู่หมัด

วิธีลดถุงใต้ตา

2. ประคบด้วยถุงชา

นำถุงชามาชงในน้ำร้อน จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นให้หายร้อนสักครู่ instantly ageless แล้วค่อยหยิบถุงชาหรือจะใช้สำลีจุ่มน้ำชาที่ได้มาวางไว้บนเบ้าตาสัก 10-15 นาที เพียงเท่านี้ก็จะช่วยบรรเทาอาการตาบวมให้หายไปได้ง่าย ๆ แล้วค่ะ

วิธีลดถุงใต้ตา

3. ใช้ผักช่วยบรรเทา

ลองไปเปิดตู้เย็นแล้วหาดูว่ามีแตงกวาหรือมันฝรั่งบ้างไหม เพราะทั้ง 2 สิ่งนี้แหละที่สามารถช่วยลดถุงใต้ตาและอาการตาบวมได้ค่ะ หากมีแตงกวาลองสไลซ์ให้เป็นแว่นแล้วนำมาวางบนเบ้าตาทิ้งไว้สัก 10 นาทีหรือมากกว่านั้นก็ได้ แต่ถ้าใครมีมันฝรั่งก็ทำคล้าย ๆ กัน คือให้สไลซ์มาวางไว้บนเบ้าตาสัก 15-20 นาทีหรือนานจนกว่าอาการจะดีขึ้น
วิธีลดถุงใต้ตา

4. ดื่มน้ำเยอะ ๆ

รู้หรือไม่ว่าหากร่างกายดื่มน้ำไม่เพียงพอ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดถุงใต้ตาได้เหมือนกันนะ อาจลองสังเกตดูง่าย ๆ วันไหนที่ดื่มน้ำน้อยหรือดื่มแอลกอฮอล์เยอะ ตื่นมาบอกเลยว่าถุงใต้ตาจะมาเยี่ยมเยือนทันที ฉะนั้นวิธีแก้ง่าย ๆ ก็แค่ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8 แก้ว นอกจากจะช่วยลดถุงใต้ตาแล้วยังทำให้ผิวดีอีกต่างหาก

วิธีลดถุงใต้ตา

5. ทาเจลว่านหางจระเข้

ไม่ว่าจะเป็นเจลว่านหางจระเข้สดที่ปลูกแทบทุกบ้าน หรือจะเจลว่านหางจระเข้ในรูปแบบกระปุกที่กำลังฮอตฮิตตอนนี้ ก็สามารถหยิบมาใช้ลดถุงใต้ตาที่บวมตุ่ยได้เหมือนกันค่ะ เพราะว่านหางจระเข้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินอีที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น แค่ทาแล้วนวดเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด แต่ต้องระวังอย่าให้เข้าตานะคะ

แต่ละวิธีเรียกได้ว่าทำเองง่าย ๆ แถมยังช่วยประหยัดเงินด้วยนะเนี่ย หากใครกำลังนอยด์ในความโทรมเพราะเจ้าถุงใต้ตาอยู่ละก็ ลองนำ 5 วิธีนี้เอาไปทำตามโลด instantly ageless.

fos detox การปฏิบัติตนหลังการล้างพิษตับ หลังล้างพิษตับแล้ว

fos detox การปฏิบัติตนหลังการล้างพิษตับ หลังล้างพิษตับแล้ว ควรฟื้นฟูสภาพและบำรุงตับด้วยอาหารและเครื่องดื่มที่บำรุงตับอาทิ ขมิ้นชัน ขิง (น้ำขิง) เก๋ากี้ กะหล่ำปลี สาหร่ายสไปรูลิน่า แกงเห็ดสามอย่างลูกใต้ใบ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการกินดื่มที่ทำอันตรายต่อตับ ผลไม้บางชนิดนั้น นอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณและคุณประโยชน์ดีๆ แฝงอยู่มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ดีกับร่างกายและสุขภาพของเรามาก แม้อาหารจะมีทั้งคุณและโทษ การรับประทานอาหารไม่สมดุลกับความต้องการของร่างกาย รับประทานไม่ถูกวิธี หรืออาหารที่รับประทานปนเปื้อนสารพิษ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย แพ้อาหาร ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น สารพิษสะสมยังเป็นตัวการให้เกิดโรคร้าย เช่น โรคมะเร็ง ทางที่ดีควรหันมาใส่ใจดูแลอาหารการกินในชีวิตประจำวันตั้งแต่วันนี้กันดีกว่า การกินผลไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยล้างพิษก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาสุขภาพ ไปดูกันเลยว่า 5 ผลไม้นั้นมีอะไรกันบ้าง ที่ช่วยขับล้างพิษของเสียในร่างกายและยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารของคุณดีขึ้นอีกด้วย แถมเป็นผลไม้หาง่ายราคาไม่แพง fos detox.

fos detox
fos detox 1.แอปเปิ้ล ผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเพคตินในแอปเปิ้ลจะช่วยกำจัดสารพิษและป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้บูดเน่า นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งเปรียบเหมือนไม้กวาดช่วยทำความสะอาดลำไส้ ทำให้ตับและระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ฟอส ดีท็อกซ์
2.สับปะรด มีเอนไซม์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะอาหาร ทำให้ของเสียเป็นโปรตีนแตกตัวเร็วขึ้น สับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร และช่วยในการทำงานของต่อมไร้ท่อ
3.องุ่น ผลไม้ลูกเล็กๆ ที่ทำหน้าที่เป็นสารฟอกล้างให้ผิวหนัง ตับ ไต และลำไส้ นอกจากนี้องุ่นยังอุดมไปด้วยเกลือแร่และพลังงานจึงช่วยบำรุงเลือด ช่วยซ่อมแซมและสร้างเซลล์ในร่างกาย fos detox
4.แตงโม มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เท่ากับช่วยฟอกล้างร่างกาย อีกทั้งช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดความดันโลหิต เปลือกของแตงโมอุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ และที่เมล็ดยังมีวิตามินมากมาย น้ำคั้นจากเปลือกและเมล็ดแตงโมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
5.มะละกอ เอนไซม์ปาเปนในกล้ามเนื้อมะละกอมีลักษณะคล้ายกับน้ำย่อยเปปซินกระเพาะอาหาร ดังนั้นมะละกอจึงช่วยให้โปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับสับปะรด อีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร การรับประทานมะละกอเป็นประจำยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
รู้ถึงคุณประโยชน์เช่นนี้ก็หามารับประทานกันเยอะๆ ถูก ดี และมีประโยชน์

การแพทย์พื้นถิ่นหลายชนชาติ มีทรรศนะตรงกันที่ว่าตัวตนของเราประกอบขึ้นด้วยธาตุต่างๆ
และจัดสัดส่วนกันอย่างได้สมดุล มีพลังขับเคลื่อนอาจเรียกว่า ซี่ หรือ ปราณโดยมีดุลยภาพระหว่างพลังร้อนและพลังเย็น หรือหยินหยางที่ได้สมดุลกัน

โรคเกิดขึ้นเมื่อธาตุต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้สมดุล ความเป็นกรดด่างแปรเปลี่ยนไป เกิดการขัดขวางของ
พลังปราณ โคจรไม่สะดวก ผลก็คือเกิดการคั่งของสารเสีย หรือสารพิษ ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดโรคขึ้น อายุรเวทเรียกสารนี้ว่า อามะ อามะนี้จะไปอุดช่องว่างๆ ของร่างกายทำให้เจ็บป่วย การแพทย์แผนจีนเรียกว่า “ตั๊กซี่” หรือ “ตุ๊ชี่” ฮิปโปเครติส ปรมาจารย์แพทย์ยุคกรีก เรียกว่า “toxin” สารพิษเหล่านี้ต้องล้างออก จึงจะหายจากโรคได้
สำหรับการแพทย์แบบแผน เดิมทีเดียวอาจรู้สึกงงมากกับเรื่องราวของสมดุลธาตุ
สมดุลกรดด่าง สมดุลพลังหยินหยาง ยิ่งเข้าใจไม่ได้กับเรื่องการสะสมสารพิษ และการล้างพิษ สุดท้ายมาถึง ยุคสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งก็คือ การผสมผสานเอาหลักสุขภาพที่เป็นหลักวิทยาศาสตร์ สมเหตุสมผล และพิสูจน์ผลได้ รวมเข้าไปร่วมใช้ ร่วมบำบัด สำหรับคนไข้ในโรงพยาบาลต่างๆ
ตรงนี้เองมีการทำความเข้าใจเกิดขึ้นว่า อะไรคือสารพิษที่การแพทย์พื้นถิ่นพูดถึงกันอยู่
ถ้าจะเข้าใจง่าย ๆ ภาวะไขมันในเส้นเลือดสูง ไขมันนั้นก็เป็นพิษกับร่างกาย ไปอุดหลอดเลือดต่างๆ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง น้ำตาลที่เกิน ก็เป็นพิษไปขัดขวางการทำงานของเซลล์ และกระแสประสาททำงานไม่สะดวก ทางด้านจิตใจ ภาวะเคร่งเครียดเกินไป ประสาทเร่งรัดทำงานมาก ก็เกิดฮอร์โมนแอดรีนาลิน และฮอร์โมนคอร์ติโซน เป็นสารพิษ
ต่อมาเมื่อความรู้เรื่องสารอนุมูลอิสระเป็นที่รับรู้กันมากขึ้น คำอธิบายเรื่องสารพิษก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
เพราะอนุมูลอิสระ ก็คือสารพิษตัวฉกาจ ที่ไปทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ไขมันอุดตันหลอดเลือด บั่นทอนภูมิต้านทาน เป็นพิษถึงขั้นก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งในที่ต่างๆ
ถ้าอย่างนั้น กระบวนการล้างพิษ ก็คือการทำอย่างไรให้เราขจัดสารเสียต่างๆ เหล่านี้ให้ลดน้อยหรือ
หมดไป เปิดโอกาสให้ร่างกายสมานคืนตนเองเพื่อจะได้หายจากโรค วิธีการของการแพทย์พื้นถิ่นแต่ละชนชาติ ทำเหมือนกันหมดอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ใช้วิธี “อดเพื่อสุขภาพ”
การแพทย์แผนจีน มีวิธีให้คนไข้อดอาหาร แล้วให้มาดื่มยาต้ม ห่มผ้า เพื่ออบเอาเหงื่อออก
สัก 2-3 วัน เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว จึงยอมให้กินข้าวต้มกับฟักเขียว แล้วนำไปบำรุงอีกทีตอนที่หายไข้ได้สักอาทิตย์หนึ่ง
อายุรเวทใช้ หลักปัญจกรรมะ ให้กินแต่ข้าวเปล่าๆ หุงด้วยขมิ้นมื้อเล็กๆ เพียงประทังความหิว
กินสมุนไพรให้อาเจียน ทำให้ท้องเสีย สวนทวาร ล้างจมูกด้วยน้ำมันเนย ร่วมกับการทำสมาธิ
ฮิปโปเครติสให้อดอาหาร บ้างก็อดด้วยผลไม้ อดด้วยน้ำผลไม้ อดด้วยน้ำ หรืออดโดยไม่กินดื่มเลย
พร้อมกับสวนทวาร
จะเห็นได้ว่า หัวใจหลักของการล้างพิษ ทุกแขนงความรู้ คือ “การอดเพื่อสุขภาพ”
จนอาจถือเป็นหลักได้ว่า ถ้าจะล้างพิษ จะต้องมีการอด ถ้าไม่อดอาหาร การล้างพิษไม่อาจเกิดได้ ถ้าจะมีบ้างก็น้อยมาก
เกิดอะไรขึ้นเมื่อเราอด—เรารู้ว่า สารพิษตัวร้าย fos detox ได้แก่ อนุมูลอิสระ ซึ่งนอกจากเรารับจากอาหารการกิน
และอากาศที่เราหายใจแล้ว กระบวนการกินอาหาร ย่อยอาหาร ดูดซึมอาหาร สลายอาหารเป็นพลังงาน ก็จะเกิดสารอนุมูลอิสระเกิดขึ้นอยู่เสมอ ผู้คนในสังคมสมัยใหม่ ที่กินมาก ย่อยมาก แถมกินผิดๆ มีสารปนเปื้อน มีสารแต่งสีแต่งกลิ่นแถมเครียดด้วย สารพิษอนุมูลอิสระก็ก่อรูปในตัวมาก
ดังนั้นเมื่ออด ร่างกายก็เกิดสารพิษอนุมูลอิสระ ก็ก่อรูปในตัวมากสารพิษเก่าที่มีอยู่ในร่างกาย ก็ถูกกำจัด
ไปโดยเอนไซม์ภายในตัวเราเอง หรือโดยวิตามินกลุ่มแอนติออกซิแดนต์ จากผักผลไม้ที่เรารับเข้าไป
จึงเห็นได้ว่า กระบวนการอด เป็นหัวใจของการล้างพิษ
ในระหว่างล้างพิษ เราอาจปะทะปะทังตัวเองด้วยผลไม้ ด้วยน้ำผลไม้ ด้วยน้ำเปล่า ด้วยน้ำผัก ก็สุดแล้วแต่
ว่าใครจะชอบอย่างไหน ความวิเศษวิโสไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครจะดื่มน้ำผัก หรือดื่มน้ำผลไม้อะไร แต่ความวิเศษอยู่ที่การอด ถ้าทำสมาธิด้วยยิ่งดีใหญ่ และการอดนี้ ถ้าคุณจะเก่งจริงโดยไม่กิน ไม่ดื่มอะไรเลย การล้างพิษก็เกิดขึ้น แถมเกิดได้เยี่ยมยอดด้วย
ตรงกันข้าม ถ้าใครมุ่งแต่ดื่มน้ำผลไม้ หรือดื่มน้ำผัก แต่ก็ยังคงกินอาหารอย่างปกติ
หรือกินผิดๆ การล้างพิษย่อมจะเกิดขึ้นไม่ได้ น้ำผักหรือน้ำผลไม้ที่ดื่ม แท้ที่จริงเป็นเพียงเครื่องประกอบทำให้ร่างกายเป็นด่างมากขึ้น ช่วยให้ไม่ปวดเมื่อยตัว ผ่านการอดได้โดยราบรื่น นั่นต่างหาก
เอาล่ะ ถึงตรงนี้คุณคงอยากล้างพิษด้วยตัวคุณเองแล้ว วันนี้จะแนะนำการอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธี
ที่ง่ายมากใช้เวลาน้อย เห็นผลเร็ว ขอแต่ให้มีความพยายาม
ก่อนอื่นเลือกวันอด ให้เลือกวันขึ้นและแรม 11 ค่ำ เพราะเป็นวันที่น้ำบนโลกได้สมดุลกับน้ำในร่างกาย
ทำให้อดได้ราบรื่น ใครไม่สะดวกจะใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ไม่ห้าม สัก 2 อาทิตย์ต่อ 1 ครั้ง
ในวันอด มื้อเช้าให้กินผลไม้ 1 จาน และน้ำผลไม้ 1 แก้ว จะเป็นอะไรก็ได้ จากนั้น เริ่มอดไปตลอดทั้งวัน
ถ้ากระหายก็ดื่มแต่น้ำ ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ให้อดโดยไม่กินไม่ดื่ม (dry fasting)
กิจกรรมในวันอด เป็นงานเบาๆ เช่นงานบ้านเล็กน้อย อ่านหนังสือ ฟังเพลง ในวันอด คุณจะมีเวลา
มากมาย สมองใส ความคิดปลอดโปร่ง เหมาะกับการทำงานศิลปะหรือที่ใช้ความประณีต ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ต้องออกแรง อย่าลืมทำสมาธิ หริอจะฝึกโยคะก็เชิญ จะพบว่าทำท่าต่างๆ ได้ดี จิตนิ่งดื่มด่ำกับกระแสลมปราณได้ดีนัก
วันเลิกอด เมื่อครบถึงเช้าวันรุ่งขึ้นแล้ว ให้เลิกอดดังนี้ ดื่มน้ำผสมมะนาวและเกลือ 1.5-2ลิตร โดย
ผสมน้ำ 1 ลิตร กับมะนาว 2 ลูก และเกลือทะเล 1 ช้อนชา ค่อยๆ ดื่มไปเรื่อยๆ จนหมดจากนั้นจะรู้สึกอยากถ่าย การถ่ายช่วยขับสารพิษในทางเดินอาหารออกไป
อาหารมื้อแรก ถ่ายเสร็จแล้ว ให้เลิกการอดด้วยอาหารเช้าเบาๆ เริ่มจากกล้วยน้ำว้า 1-2 ใบ
แล้วตามด้วยอาหารเช้าปกติ ซึ่งผู้รักสุขภาพย่อมรู้อยู่แล้วว่า ควรกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่นโจ๊กข้าวกล้อง หรือขนมปังโฮลวีท
ข้อบ่งชี้ อด 24 ชั่วโมงดีมากสำหรับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยตัวเอง ตั้งแต่สิว ภูมิแพ้ หอบหืด
ข้ออักเสบ ไขมันเลือดสูง อ้วน ไมเกรน ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ เป็นต้น ปฏิบัติเดือนละ 2 ครั้ง สัก 2-3 เดือน โรคต่างๆ จะถอยห่างไปมาก คนที่สุขภาพดีก็มีผลช่วยจรรโลงความอ่อนเยาว์ อยู่เสมอ
ข้อห้าม เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ คนไข้โรคมะเร็ง
ข้อพึงระวัง คนไข้โรคเบาหวาน โรคหัวใจที่รุนแรง คนสูงอายุสุดๆ คนอ่อนเพลียมาก
คนเป็นโรคมะเร็ง ถ้าใครอยู่ในข่ายนี้แต่คิดจะอด ให้ปรึกษาแพทย์ฝ่ายธรรมชาติบำบัดเสียก่อน เพราะกรณีเหล่านี้ต้องได้รับความดูแลโดยใกล้ชิด สุขภาพทางเลือกที่สมเหตุผล จะมีข้อบ่งชี้ และกำหนดขอบเขตขีดขั้นที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทางเลือกดังกล่าว นี่คือหลักการ
การอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์การล้างพิษที่สมเหตุผลนี้ผู้รู้ทางสุขภาพทำอยู่เสมอ ครับ

คนโบราณและนักโภชนาการมักกล่าวว่า ”อาหาร” เป็นยาที่วิเศษที่สุด เพราะเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ใช่ว่าต้องเป็นอาหารที่มีราคาแพงอย่างเป๋าฮื้อ หูฉลาม รังนก หรือของหายากอย่างดีหมีเท่านั้น ถึงจะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายได้ เพราะจากการศึกษาแล้วพบว่าอาหารที่เราหาได้ตามท้องตลาดในชีวิตประจำวันก็มี ประโยชน์ในตัวไม่ใช่น้อย fos detox.

shania กล่องเขียว โภชนาการอาหารล้างพิษ

shania กล่องเขียว โภชนาการอาหารล้างพิษ ร่างกายคนเรา เปรียบเสมือนกับเครื่องกรอง เมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอม กลไกในร่างกาย ก็จะกำจัดสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมา แต่หากร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอม หรือสารพิษมากเกินไป และสะสมเป็นเวลานาน ระบบในร่างกายก็จะไม่สามารถกำจัดออกได้หมด ก่อให้เกิดการตกค้างของสารพิษตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผนังลำไส้ ร่างกายจึงดูดซึมสารพิษเหล่านั้นไปตามระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งทำให้สารพิษกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ฉะนั้น ร่างกายเราจึงควรมีการล้างทำความสะอาดบ้าง เพื่อให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไปอย่างปกติ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การล้างพิษ หมายถึง กระบวนการชะล้างสารพิษ หรือของเสียที่ตกค้าง และสะสมตัวอยู่ภายในร่างกาย ซึ่งสารพิษ หรือของเสียดังกล่าวอาจมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่ถูกปนเปื้อน และมาจากกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติภายในร่างกาย การตกค้าง และการสะสมตัวของสารพิษ หรือของเสียภายในร่างกาย เกิดจากสาเหตุ 2 ประการ ได้แก่ การที่ร่างกายได้รับอาหาร อากาศ และน้ำ ที่มีการปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอมในปริมาณมาก และความสามารถในการขับสารพิษ หรือของเสียออกจากร่างกายลดประสิทธิภาพลง ในสภาวะปกติ ร่างกายของเราจะมีกระบวนการขับสารพิษ และของเสียทันทีที่มันถูกผลิตขึ้น และจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เช่น การหายใจ มีเหงื่อออก หรือมีการขับถ่ายปัสสาวะ และอุจจาระ เป็นต้น ทั้งนี้ ก็เพื่อไม่ให้สารพิษ และของเสียเหล่านั้นมีการสะสมตัวจนก่อให้เกิดอันตรายขึ้นต่อร่างกาย แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อม และวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป ร่างกายของเรามีแนวโน้มที่จะได้รับ ผลิต และสะสมสารพิษ และของเสียมากขึ้น shania กล่องเขียว.

shania กล่องเขียว

shania กล่องเขียว นานาประโยชน์…จากการล้างพิษ ชาเนีย กล่องเขียว

• ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หลับง่ายขึ้น

• ทำให้มีพละกำลัง และรู้สึกกระปรี้กระเปร่า

• ช่วยลดน้ำหนัก

• เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวพรรณ ทำให้เกิดริ้วรอยช้า

• ทำให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้พักผ่อน และระบบการทำงานของอวัยวะดีขึ้น

• ลดอาการปวดตามข้อ และกล้ามเนื้อ

• ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาการบวมน้ำ shania กล่องเขียว

• ป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ทำให้สุขภาพแข็งแรง

พนักงานกำจัดสารพิษในตัวเรา

ผิวหนัง

ผิวหนัง เป็นหนึ่งในอวัยวะขับถ่ายที่สามารถขับสารพิษออกนอกร่างกายได้ดีที่สุด ผิวหนังจะแบกรับหน้าที่อย่างหนักในการระบายของเสีย และสารพิษจำพวกโลหะหนักออกจากน้ำเหลือง เลือด และเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่มีอากาศร้อน รูขุมขนจะเปิดกว้าง ทำให้ร่างกายสามารถขับสารพิษ และของเสียออกมาพร้อมกับเหงื่อได้มากกว่าปกติ สัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า เหงื่อของคุณมีปริมาณสารพิษ และของเสียอยู่มากคือ มีกลิ่นตัวแรง เหม็นเปรี้ยว เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะ จึงควรดูแลผิวง่ายๆ ด้วยการอาบน้ำ เพื่อชะล้างสารพิษ และของเสียที่ร่างกายขับออกมา ไม่ให้เกิดการหมักหมม และอุดตันรูขุมขน ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ได้จากธรรมชาติ ขัดผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไป

ปอด

ปอด เป็นอวัยวะที่ใช้สำหรับขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซพิษอื่นๆ ออกจากกระแสเลือด ในขณะเดียวกันก็ดูดซึมออกซิเจนประจุไฟฟ้าชนิดลบ และธาตุอื่นๆ ที่ได้จากอากาศเข้าสู่กระแสเลือด หากเลือดมีสารพิษตกค้างอยู่มาก จะก่อให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน ทำให้เลือด และเนื้อเยื่อมีภาวะเป็นกรดสูง นำไปสู่การเกิดโรคภัย และการเสื่อมของเนื้อเยื่อ จึงต้องฝึกหายใจให้ถูกวิธี และฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยร่างกายในการกำจัดก๊าซพิษ และเพิ่มปริมาณก๊าซออกซิเจนให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาวะความเป็นกรดของเลือด และเนื้อเยื่อให้น้อยลง

ไต

ไต เป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความสำคัญต่อกระบวนการล้างพิษอย่างมาก โดยจะทำหน้าที่ในการกรองของเสียออกจากเลือด และขับของเสียเหล่านั้นไปยังกระเพาะปัสสาวะ ก่อนที่จะถูกขับออกจากร่างกายในรูปปัสสาวะ ซึ่งทำให้ของเสียที่ถูกส่งไปยังไต มีความเป็นกรดสูง อาจไปทำลายเนื้อเยื่อไตที่มีความไวต่อสิ่งที่มากระตุ้น และก่อให้เกิดก้อนนิ่วขึ้นได้ วิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยปกป้องไตจากของเสียที่เป็นกรดดังกล่าว คือการดื่มน้ำมากๆ shania กล่องเขียว (2 – 3 ลิตรต่อวัน) หรือดื่มชาสมุนไพรมากๆ โดยให้เลือกชนิดของชาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการช่วยขับปัสสาวะ ช่วยทำความสะอาดไต กระตุ้นการขับสารพิษ และป้องกันไตจากการทำลายของกรด

ลำไส้ใหญ่

อาจเปรียบเทียบลำไส้ใหญ่ได้กับท่อระบายน้ำ ในแต่ละครั้งที่มีการระบายของเสีย จะมีไขมัน และของเสียติดอยู่บนผิวด้านในของท่อ และนับวันยิ่งเพิ่มความหนามากขึ้นเรื่อยๆ ความกว้างของท่อก็เล็กลงเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการระบายของเสีย ทำให้ท่ออุดตัน นอกจากนี้ ความเฉื่อยชาของลำไส้ใหญ่ ในการทำหน้าที่ขับของเสีย ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ลำไส้ใหญ่เกิดการอุดตัน จนเป็นเหตุให้ของเสีย และสารพิษตกค้างอยู่ภายในลำไส้ใหญ่ มีอยู่หลายวิธีที่จะทำให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เช่น การใช้ยาสวนทวารหนัก กินอาหาร หรือสมุนไพรธรรมชาติ เช่น มะขามแขก ว่านหางจระเข้ หรือกินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้สด ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และปลอดภัยมากที่สุด

สัญญาณเตือนเบื้องต้น…ว่าร่างกายมีสารพิษตกค้าง

• มีอาการของโรคภูมิแพ้ เช่น การแพ้กลิ่นต่างๆ แพ้อากาศ เป็นต้น

• ร่างกายอ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย ขี้ลืม สมองไม่ปลอดโปร่ง

• มีสิว และผดผื่นขึ้น ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยง่าย ผิวแห้ง และหยาบกร้าน ดูแก่กว่าวัย

• มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ไม่สบาย หรือเป็นหวัดง่าย

• ปวดศีรษะบ่อยๆ หรืออาจปวดถึงขั้นไมเกรน

• ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น หรือมีแผลในช่องปาก

• จุกเสียดแน่นท้อง ระบบขับถ่ายมีปัญหา ท้องผูก หรือท้องเสียเป็นประจำ

• อารมณ์แปรปรวนง่าย หรือมีภาวะตึงเครียด

• นอนหลับพักผ่อนยาก หรือนอนหลับไม่สนิท

• เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

• มีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ หรือข้อต่อต่างๆ

อาหารกับการล้างพิษ

อาหารก็ไม่ต่างจากยารักษาโรค อาหารมีทั้งคุณ และโทษ อาหารที่มีประโยชน์ในเวลาปกติ บางชนิดอาจก่อให้เกิดโทษได้โดยไม่รู้ตัว หากกินในขณะล้างพิษ shania กล่องเขียว.

วิตามินซี 1000 การค้นพบวิตามินซี เมื่อประมาณสองร้อยกว่าปีที่แล้ว

วิตามินซี 1000 การค้นพบวิตามินซี เมื่อประมาณสองร้อยกว่าปีที่แล้ว ในยุคที่การเดินเรือกำลังเฟื่องฟู ลูกเรือที่ไปกับเรือนั้นโอกาสรอดชีวิตมีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นเอง ซึ่งสาเหตุก็ไม่ใช่จากเรือล่ม พายุ หรือถูกโจรสลัดปล้น แต่เกิดขึ้นจากโรคชนิดหนึ่ง คือ ลักปิดลักเปิด (scurvy) โรคลักปิดลักเปิด จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเดินเรือเป็นระยะเวลานาน ตอนนั้นมีการสังเกตว่าโรคนี้จะเกิดขึ้นเมื่ออาหารประเภทผักและผลไม้ที่บรรทุกมาหมดไป (ลูกเรือก็จะได้กินแต่พวกธัญพืช และเนื้อต่างๆ) หลังจากนั้นก็มีการทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่างผัก ผลไม้ กับโรคลักปิดลักเปิด แพทย์ได้แบ่งกลุ่มลูกเรือที่มีอาการของลักปิดลักเปิดเป็นหลายๆกลุ่ม โดยในแต่ละกลุ่มจะได้รับอาหารดังนี้ คือ น้ำส้มสายชู (vinegar) กรดซัลฟูริค (sulfuric acid) น้ำทะเล (seawater) และพืชกลุ่มซิตรัส (citrus fruit) เช่น ส้ม และมะนาว โดยผลที่เกิดขึ้นนั้น กลุ่มที่ได้รับพืชซิตรัสจะใช้เวลาไม่นานก็หายจากลักปิดลักเปิด ซึ่งเป็นผลมากจากวิตามินซีนั่นเอง วิตามินชนิดนี้ก็เลยได้ชื่อว่า ascorbic acid (ชื่อทางเคมีของวิตามินซี) มีความหมายว่า no-scurvy (a+scorbutus)
วิตามินซีกับการทำงานของร่างกาย เป็นตัวร่วมของเอนไซม์หรือโคเอนไซม์ (coenzyme) ในร่างกายหลายกระบวนการ การสร้างคอลลาเจน (collagen) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) เกี่ยวข้องกับการสร้างสารสื่อประสาท (neurotransmitters) มีส่วนร่วมกับการสร้างพลังงานของไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ดังนั้นการขาดวิตามินซีจึงทำให้มีอาการเหนื่อยล้าได้ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ (natural antioxidants)โคเอนไซม์ (coenzyme) คือ สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์ ทำให้เอนไซม์สามารถทำหน้าที่ได้ วิตามินซี 1000.

วิตามินซี 1000

วิตามินซี 1000 การดูดซึมวิตามินซีในร่างกาย acerola cherry

วิตามินซีถูกดูดซึมผ่านทางเดินอาหารโดยกระบวนการที่ใช้พลังงาน (active transport) และการแพร่ผ่านเยื่อบุเซลล์ (simple diffusion) อะเซโรล่า เชอรี่
เมื่อรับประทานวิตามินซีในช่วง 30-180 มิลลิกรัมต่อวัน มันจะถูกดูดซึมร้อยละ 70-80
ถ้ารับประทานในขนาดสูงเช่นวันละ 1,000 มิลลิกรัม การดูดซึมจะลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 50
นอกจากนี้ลำไส้จะดูดซึมวิตามินซีได้ลดลงถ้าบริโภคมากกว่าวันละ 200 มิลลิกรัม
หลังจากนั้นวิตามินซีจะถูกขับออกในรูปไม่เปลี่ยนแปลงทางไตออกมากับปัสสาวะ
จะเห็นว่าถ้าเราทานวิตามินในขนาดสูง การดูดซึมก็จะลดลง วิตามินซี 1000

เจาะลึกหน้าที่ในร่างกาย

แม้ว่าวิตามินซี (vitamin C) จะไม่ให้พลังงานเหมือนกับสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) ไขมัน (fat) และโปรตีน (protein) แต่ก็มีความสำคัญต่อกระบวนการแมทาบอลิซึม (metabolism) ของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีการทำงานเป็นปกติ

หน้าที่ของวิตามินซีแบบเจาะลึกในร่างกายของเรา มีดังนี้

วิตามินซี vitamin c สารต้านอนุมูลอิสระ

เนื่องจากวิตามินซีเป็นกรด รวมถึงมีหมู่ไฮดรอกซี่ (hydroxyl group; OH) จึงเป็นตัวให้อิเล็กตรอน (electron donor) ในปฎิกิริยาเคมีของร่างกาย โดยเฉพาะกระบวนการไฮดรอกซิเลชั่น (hydroxylation) นอกจากนี้หมู่ไฮดรอกซี่ยังมีความสำคัญที่ทำให้มันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) อีกด้วย
ในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน (collagen) นั้นมันจะทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ ให้กับ เอนไซม์โพรพิลไฮดรอกซิเลส (propyl hydroxylase) และไลซิลไฮดรอกซิเลส (lysyl hydroxylase) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เปลี่ยนแปลงกรดอะมิโน (amino acid) สองชนิดคือ โพรลีน (proline) และไลซีน (lysine) ที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของคอลลาเจน ดังนั้นการขาดวิตามินซีจึงลดการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวหนังมีรอยเหี่ยวย่น ดูแก่กว่าวัย วิตามินซี 1000 เส้นเลือดเปราะบางทำให้เกิดโรคลักปิดลักเปิด
นอกจากการสังเคราะห์คอลลาเจน (collagen) แล้ว วิตามินซียังเกี่ยวข้องกับการสร้างสารนอร์อะดีนาลีน (noradrenaline) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่จะหลั่งออกมาตอนที่เรามีความตื่นเต้น สารนี้จะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ (ตอนเราตื่นเต้นหัวใจจะเต้นแรง) ดังนั้นถ้ากระบวนการสังเคราะห์นอร์อะดีนาลีนผิดปกติ อาจส่งผลหลายประการ เช่น ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ซึมเศร้า และภาวะโรคคิดว่าตนเองป่วย (hypochondriasis) ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในคนที่เป็นลักปิดลักเปิด
เป็นโคเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องในการสังเคราะห์คาร์นิทีน (carnitine) โดยคาร์นิทีน มีความจำเป็นสำหรับการขนส่งกรดไขมันสายยาว (long-chain fatty acid) เข้าสู่ไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานโดยกระบวนการเบต้าออกซิเดชั่น (β-oxidation) ดังนั้นอาการเริ่มแรกของลักปิดลักเปิด จะมีอาการเหมือนขาดพลังงาน เช่น เหนื่อยล้า (fatigue)
วิตามินซีมีความสำคัญต่อการดูดซึมธาตุเหล็ก (iron) โดยจะเปลี่ยนเหล็กรูปแบบที่ดูดซึมไม่ได้ (ferric) ไปเป็นรูปแบบที่ดูดซึมได้ (ferrous)
นอกจากนี้มันยังเป็นโคเอนไซม์ที่สำคัญในอีกหลายปฏิกิริยา เช่น การเปลี่ยนคอเลสเตอรอล (cholesterol) ไปเป็นกรดน้ำดี (bile acid) หรือกระบวนการแมทาบอลิซึมของกรดอะมิโนไทโรซีน เป็นต้น
อาการข้างเคียง

มีรายงานเรื่องผลข้างเคียงเมื่อได้รับวิตามินซี มากกว่า 3 กรัมต่อวัน อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้แก่ ท้องเสีย อึดอัดไม่สบายท้อง พบยูริคในปัสสาวะ พบออกซาเลทในปัสสาวะ น้ำตาลต่ำ และอาการข้างเคียงทางผิวหนัง
การได้รับขนาดสูงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดนิ่ว (oxalate stone formation) และภาวะเหล็กเกิน (มีการดูดซึมเหล็กมากขึ้น)
แหล่งของวิตามินซี และความต้องการของร่างกาย วิตามินซี 1000.

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง เมื่อพูดถึงอาหารเสริมบำรุงสมอง “น้ำมันตับปลา”

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง เมื่อพูดถึงอาหารเสริมบำรุงสมอง “น้ำมันตับปลา” (Cod Liver Oil) เป็นสารสกัดอีกตัวหนึ่งที่เรานึกถึงเป็นลำดับต้นๆ เพราะน้ำมันตับปลาเข้ามามีบทบาทในวงการอาหารเสริมเพื่อสุขภาพของบ้านเรามานานแล้ว มีสารพัดยี่ห้อให้เลือกสรร ไม่ว่าจะในรูปของซอฟเจล แคปซูล หรือน้ำก็ตาม โดยสกัดมาจากตับของปลาทะเล ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญหรือวิตามินที่สำคัญนั่นก็คือ วิตามินเอ และวิตามินดี นิยมใช้ในเด็กและวัยทั่วไปเพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูก และช่วยเสริมสุขภาพ การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมนั้นจะได้รับประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าการรับประทานในปริมาณมากเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ และสำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากมีปริมาณของวิตามินเอสูง อาจทำให้เกิดความผิดปกติของเด็กทารกในครรภ์ได้ น้ำมันตับปลา กับการบำรุงสมอง อย่างที่ได้บอกไปว่าน้ำมันตับปลาเน้นไปที่ประโยชน์จากวิตามินเอและวิตามันดี จึงมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง แต่ประโยชน์หลักๆจะช่วยเสริมการทำงานของธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสได้เป็นอย่างดี จึงช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อนในเด็ก ฟันผุขั้นรุนแรง โรคกระดูกน่วม ภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ วิตามินดีในน้ำมันตับปลายังช่วยในการดูดซึมของวิตามินเอในน้ำมันตับปลาได้เป็นอย่างดี เป็นการเกื้อหนุนประโยชน์ซึ่งกันและกันในร่างกาย สามารถช่วยรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสมองได้ นอกจากนั้นยังปกป้องผิวหนัง และดวงตาจากการถูกทำลายจากมลพิษ มีประโยชน์ในการขับล้างสารพิษในร่างกาย ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และการสมานแผล ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆได้ flow อาหารเสริมบำรุงสมอง.

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง ความแตกต่างระหว่างน้ำมันตับปลา กับน้ำมันปลา
น้ำมันตับปลา (Cod Liver Oil) เป็นอาหารเสริมที่สกัดจากตับของปลาทะเล เช่น ปลาคอด แฮลิบัท เฮอร์ริ่ง นิยมรับประทานเพื่อเสริมวิตามินเอ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเยื่อบุผิวให้เป็นปกติ นอกจากนี้ยังมีวิตามินดีที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม รวมทั้งฟอสฟอรัสบริเวณลำไส้เข้าสู่ร่างกาย ทำให้การสร้างกระดูกเป็นไปอย่างปกติ โดยน้ำมันตับปลานั้นส่วนใหญ่จะมีปริมาณวิตามินเอและดี ในปริมาณที่สูง และได้น้ำมันด้วย
สำหรับน้ำมันปลา (Fish Oil) เป็นน้ำมันที่สกัดจากเนื้อ หนัง หัว และหางปลาทะเล อาทิ ปลาซาร์ดีน ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแมคคอเรล ปลาแซลมอน ปลาทูน่า น้ำมันปลามีกรดไขมันที่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างเองได้ โดยเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (Polyunsaturated Fatty Acid) สำหรับประโยชน์ของกรดไขมันโอเมก้า3 ในทางการแพทย์คือ สามารถลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจและหลอดเลือด flow อาหารเสริมบำรุงสมอง
นอกจากนี้ยังใช้ลดการอักเสบในคนไข้โรครูมาตอยด์ที่มีอาการปวดข้อ การใช้เพื่อลดอาการคันและอักเสบในคนไข้โรคสะเก็ดเงิน ซึ่งเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีอาการอักเสบร่วมด้วย รวมทั้งใช้ประโยชน์ของ DHA กับการพัฒนาสมองและดวงตา โดยมีการนำ DHA ไปเสริมในนมสำหรับทารก หรือหญิงมีครรภ์ และการใช้ในโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ที่พบในผู้สูงอายุ

โทษของน้ำมันตับปลา
การรับประทานน้ำมันตับปลา บำรุงสมองในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดพิษจากวิตามินเอได้ เช่น มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มีผลต่อระบบประสาท ทำให้ตับถูกทำลาย หิวกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย และอาจทำให้ผมร่วง ผิวแห้งได้ ส่วนการได้รับวิตามินดีสะสมมากจนเกินไปนั้นก็อาจจะมีผลเสียต่อระบบเลือดได้เช่นกัน อาจทำให้ไตวายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงไม่แนะนำซื้อมาให้เด็กรับประทานเป็นประจำและในปริมาณที่มากเกินไป นอกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสั่ง เพราะอาจจะมีการสะสมในร่างกายมากจนเกินไปและทำให้เกิดอันตรายได้

ทุกวันนี้เราปฏิเสธ ไม่ได้เลยว่า การรับประทานอาหารในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจากสมัยอดีตเป็นอย่างมาก ทุกวันนี้คนเรานิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น แต่อะไรคือสิ่งสำคัญที่เราควรจะบำรุงมากที่สุดกันละ ส่วนของร่างกายที่มนุษย์ใช้ในการคิด หรือก็คือสมองนั้นเอง นอกจากการเล่นเกมฝึกสมองหรือฝึกทักษะในด้านต่างๆ ก็ยังมีวิธีบำรุงสมองของเราให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนานนั้นก็คือ flow อาหารเสริมบำรุงสมอง การกินอาหารที่มีสารบำรุงสมองนั้นเอง คำถามก็คือ อาหารอะไรที่มีสารอาหารที่ใช้บำรุงสมองกันละ หากพูดถึงอาหารอื่นๆ ที่บำรุงร่างกายแล้วเราก็สามารถที่จะตอบได้อย่างง่ายดายแต่อาหารที่ใช้บำรุงสมองคืออาหารชนิดใด วันนี้เราจะมาเขียนถึงอาหารที่ใช้บำรุงสมองกัน

อาหารบำรุงสมอง1

อันดับแรก บลูเบอร์รี่ Blueberries Steven Pratt ผู้บริหารของนิตยสาร Superfoods เรียกเบอร์รี่แสนอร่อยชนิดนี้ว่า “Brainberries” แปลอย่างง่ายๆ ว่าเบอร์รี่สมอง งานศึกษาวิจัยของ โรงพยาบาล Scripps Memorial กล่าวว่า การทดลองในสัตว์ทดลองแสดงให้เห็นว่า บลูเบอร์รี่ มีส่วนช่วยในการปกป้องสมองจากอาการเครียดและยังลดผลการเกิดอาการโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อม นอกจากนี้สารอาหารใน บลูเบอร์รี่ยังสามารถช่วยให้พัฒนาความสามารถในด้าน motor skill เป็นความสามารถในการทำงานด้านเคลื่อนไหวร่างกายของหนูทดลองที่อายุมากให้มีประสิทธิภาพเท่าตัวที่อายุน้อยกว่า flow อาหารเสริมบำรุงสมอง.

super nano collagen ในปัจจุบันไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะเห็นผลิตภัณฑ์

super nano collagen ในปัจจุบันไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะเห็นผลิตภัณฑ์คอลลาผง คอลลาเจนเม็ด วางขายอยู่รอบๆตัวเต็มไปหมด ทั้งในอินเตอร์เน็ต ในร้านสะดวกซื้อ แถมยังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก เช่น คอลลาเจนแบบผง แบบเม็ด เป็นต้น ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้คุณสาวๆหลายๆคนผู้รักสุขภาพและความงาม ที่อยากให้ผิวกระชับเนียนสวย เกิดคำถามยอดฮิตว่า ในเมื่อมีผลิตภัณฑ์ออกมาวางขายมากมายจนตาลายแบบนี้ แล้วควร ทานคอลลาเจน ยี่ห้อไหนดี…? สำหรับในวันนี้ เพื่อเป็นแนวทางให้กับคุณสาวๆที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ยี่ห้อคอลลาเจนผง คอลลาเจนเม็ด ในดวงใจ บทความชิ้นนี้ จะขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อคอลลาเจนอย่างถูกวิธี เพื่อเป็นข้อมูลที่ช่วยในการประกอบการตัดสินใจซื้อได้อย่างถูกต้อง วิธีการเลือกคอลลาเจน การเลือกสรรว่าคอลลาเจนผง คอลลาเจนเม็ด ยี่ห้อไหนดี และปลอดภัย ก่อนทำการซื้อ คุณสาวๆควรทำการพิจารณาตามหัวข้อต่อไปนี้ 1.มีปริมาณคอลลาเจนไม่เกิน 10,000 มิลลิกรัม สำหรับการรับประทานใน 1 วัน สำนักงานอาหารและยา (อย.) ได้กำหนดให้สามารถรับประทานคอลาเจนได้ไม่เกินจำนวน 10,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวของผู้บริโภคได้ ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมที่แนะนำในการรับประทานใน 1 วัน คือ ไม่เกินวันละ 5,000 มิลิกรัม ก็ถือว่าเพียงพอแล้วต่อความต้องการของร่างกาย ฉะนั้น การทานคอลลาเจนปริมาณมากๆใน 1 วัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถช่วยทำให้ผิวสวยเต่งตึงขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้น การรับคอลลาเจนในปริมาณน้อยๆ อย่างสม่ำเสมอจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการได้รับเพียงครั้งเดียวในปริมาณมากๆ super nano collagen.

super nano collagen

super nano collagen 2.มีการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา ซุปเปอร์ นาโน คอลลาเจน
เป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องให้ความใส่ใจ เพราะการที่เราจะรับประทานอาหารเสริมเข้าไปในร่างกาย ก็ควรที่จะได้รับรองความปลอดภัยในระดับหนึ่งเสียก่อน ถ้าหากเป็นของที่ไม่รู้ที่มา ไม่ทราบแหล่งผลิต ส่วนประกอบเป็นปริศนา ก็ไม่ควรเสี่ยงรับประทาน เพราะอาจจะเป็นเสียมากกว่าผลดีต่อร่างกายได้

3.เลือกชนิดของคอลลาเจนที่ดูดซึมได้ง่าย
ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนผง หรือ คอลลาเจนเม็ด มักถูกทำขึ้นมาจากปลา หมู ไก่ เป็นต้น แต่ชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายที่สุด คือ คอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเล และควรเลือกคอลลาเจนแบบที่มีโมเลกุลต่ำ เพราะร่างกายสามารถที่จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น super nano collagen

4.พิจารณาส่วนประกอบอื่นๆในผลิตภัณฑ์
คอลลาเจนผง คอลลาเจนเม็ด จำเป็นที่จะต้องใช้สารอาหารหรือวิตามินประเภทอื่นๆมาช่วยเสริม เพื่อช่วยในการดูดซึมเข้าไปในร่างกาย เช่น วิตามินซี กลูโคซาไมด์ ไฮยารูลอน วิตามินอี เป็นต้น

อยากจะบอกว่า เราอยู่ในยุคที่อาหารเสริม และวิตามินต่างๆ วางเรียงรายอยู่ในผลิตภัณฑ์มากมายให้เลือกสรรในร้านขายยา หรือร้านขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ซึ่ง คอลลาเจนเม็ด เอง super nano collagen ก้เป็นหนึ่งในสินค้าจำนวนมาก ที่ถูกผลิตออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่ต้องการเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกายของตัวเอง

ถึงแม้เราจะทราบกันดีว่า คอลลาเจน เป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถสัเคราะห์ขึ้นได้เองตามธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกัน เมื่ออายุร่วงเลยมากขึ้น การสังเคราะห์คอลลาเจนภายในร่างกายเองก็จะค่อยๆลดน้อยถอยลงตามไปด้วย ทำให้การเสริมคอลลาเจนจากแหล่งอื่นๆภายนอกร่างกายตามธรรมชาติ จึงกลายมาเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งแหล่งหลักๆของคอลลาเจนที่ร่างกายสามารถได้รับก็คือ จากมื้ออาหารตามธรรมชาติ และจากแหล่งอาหารเสริมสำเร็จรูป เช่น คอลลาเจนเม็ด คอลลาเจนผง เป็นต้น super nano collagen.